Chevrolet Sonic 2014 เอาใจวัยรุ่นยุค Gen Y ด้วยดีไซน์แบบสามมิติ

          Chevrolet Sonic 2014 เปิดตัวรุ่น โซนิค เอาใจวัยรุ่นยุค Gen Y ด้วยดีไซน์แบบสามมิติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟโรเลต และได้มีการพัฒนาจากเครื่อง 1.4 ลิตร มาเป็น 1.6 ลิตร ซึ่งยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ให้คุณได้ประหยัดเงินในกระเป๋ากันอีกด้วย

ตกแต่งภายนอก

          Chevrolet Sonic 2014 ภายนอกมีการดีไซน์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ซึ่งให้อารมณ์สปอร์ต โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบฮาโรเจน ขนาดใหญ่ ที่ครอบด้วยกรอบไฟหน้าโครเมี่ยม และกระจกข้างที่มาพร้อมไฟเลี้ยว LED แถมยังเอาใจวัยรุ่นด้วยสี Orange Rock และขาว White Metallic ทั้งรุ่นแฮทช์แบ็กและซีดาน

ภายใน

          ภายในก็ยังเน้นเอาใจวัยรุ่นด้วยระบบสื่อสารและบันเทิง โดยเน้นการใช้งานที่ง่ายและความสนุก ผ่านหน้าจอทัชสกรีน (Touch Screen) ขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเชื่อต่อได้ทั้ง Bluetooth, AM, FM และช่องเสียบ AUX, USB ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยได้อย่างง่ายดาย

เรือนไมล์ดิจิตอล

          เรื่องการดีไซน์ภายในจะเป็นการออกแบบให้ดูสปอร์ต โดยคอนโซลด้านหน้าและเบาะจะใช้เป็นสีทูโทน ซึ่งโซนิค ตัวนี้มีความโดดเด่นที่เรือนไมล์ดิจิตอลที่ดีไซน์ให้ดูสปอร์ตอย่างลงตัว และยังมีการนำเทคโนโลยี Quite Ride Technology มาใช้ เพื่อการขับขี่ที่ไร้เสียงจากภายนอกเข้ามารบกวนในห้องโดยสาร

เครื่องยนต์

Chevrolet Sonic คันนี้ใช้เครื่องยนต์ 2 ตัว

          เครื่องเบนซิน ECOTEC แบบดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผัน Double CVC หัวฉีดมัลติพอยท์ซีเควนเชียล (MPFI) 1,598 ซีซี 115 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 4,000 รอบ/นาที

          เครื่องเบนซิน 1,398 ซีซี 100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 4,000 รอบ/นาที

6-Speed Auto Transmission

          ด้านเกียร์ของโซนิคตัวนี้ก็ให้ความเร้าใจเหมือนรูปลักษณ์ภายนอกด้วยเกียร์อัตโนมัติ  6 สปีด (6-Speed Auto Transmission) ที่ได้รับการออกแบบแนวเดียวกับเพลาขับ (On-Axis Design) ซึ่งมาพร้อมปุ่มปรับเกียร์ (Toggle Switch)

โครงสร้างนิรภัย BFI 

          ในส่วนของความปลอดภัย Chevrolet ได้ออกแบบโครงสร้างนิรภัย BFI (Body – Frame Integral) เพื่อให้มีพื้นที่ยุบตัว และคานกันกระแทกด้านข้าง มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และยังมีระบบเบรคที่มั่นใจได้อย่าง

ระบบเบรค  ABS (Anti – lock Braking System)

ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brake Force Distribution)

โดย Chevrolet Sonic มีสีให้ผู้ที่สนใจเลือกถึง 7 สี

เชฟโรเลต โซนิค สีส้ม

เชฟโรเลต โซนิค สีเทา

เชฟโรเลต โซนิค สีขาว

เชฟโรเลต โซนิค สีเงิน

เชฟโรเลต โซนิค สีดำ

เชฟโรเลต โซนิค สีขาวมุก

เชฟโรเลต โซนิค สีน้ำเงิน

เชฟโรเลต โซนิค ยังมีล้อเอาใจวัยรุ่นให้เลือกถึง 3 ขนาด

ล้อสปอร์ตอัลลอย ขนาด 16″ x 6J ขนาดยาง 205/55 R16

ล้อสปอร์ตอัลลอย ขนาด 15″ x 6J ขนาดยาง 195/65 R15

ล้อกระทะ พร้อมฝาครอบ ขนาด 15″ x 6J ขนาดยาง 199/65 R15

Chevrolet Sonic NB ซีดาน 4 ประตู สนนราคาอยู่ที่

ราคา Chevrolet Sonic NB 1.4 LS MT   565,000 บาท

ราคา Chevrolet Sonic NB 1.4 LS AT    595,000 บาท

ราคา Chevrolet Sonic NB 1.4 LT AT    632,000 บาท

ราคา Chevrolet Sonic NB 1.6 LT AT    677,000 บาท

ราคา Chevrolet Sonic NB 1.6 LTZ AT  719,000 บาท

Chevrolet Sonic HB แฮทช์แบ็ค 5 ประตู สนนราคาอยู่ที่

ราคา Chevrolet Sonic HB 1.4 LT AT     642,000 บาท

ราคา Chevrolet Sonic HB 1.6 LTZ AT  719,000 บาท

ยกเว้นสีขาวเมทัลลิกที่ต้องเพิ่ม  10,000 บาท

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 2014 2 ประตู

 ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 2014 2 ประตู และ 4 ประตู กับรูปลักษณ์แบบสปอร์ต ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานทุกรูปแบบ สมรรถนะดีเยี่ยม ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อให้สมกับเป็นปิกอัพระดับโลก

ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู

ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู

         ภายนอกโดดเด่น สะดุด ตาไปกับ ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 2014 ด้วยรูปโฉมที่ดุดันแบบ AGGRESSIVE FORM มีการออกแบบในสไตล์ 3 Dimesion Syructure มีเส้นสายต่อเนื่องรอบคัน สวยงามลงตัวทุกมิติ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำ เสาอากาศแบบ Shark Fin เพิ่มความสปอร์ตลงตัว

ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู

ISUZU D-MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู

          ภายในของ ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHTกว้างขวางและครบครันไปด้วยความบันเทิงเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เรือนไมล์แบบ Super Vision พร้อมหน้าจอ MID (แสดงข้อมูลการขับขี่), ระบบแอร์แบบอัตโนมัติ เย็นอย่างทั่วถึง

 ภายในกว้างขวาง

ระบบความบันเทิงและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

         ความปลอดภัยระดับสากลใน อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ 2 ประตู และ 4 ประตู ด้วยระบบเบรคที่มาพร้อมหม้อลมเบรคและดิสก์เบรคขนาดใหญ่พิเศษ นอกจากนี้ยังมี ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก หรือ ABS  , กล้องมองภาพขณะจอด, โครงสร้างเหล็กกล้า และ แอร์แบคคู่แบบ Dual SRS Airbags 

         ระบบ i-GRIP ที่ออกแบบช่วงล่างให้พิเศษ ด้วยระยะฐานล้อและช่วงล้อที่กว้างกว่า ปรับสมดุลกับขนาดตัวรถพร้อมจัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์แบบ Semi-midship มีการผสานช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น และแหนบหลังยาวพิเศษ เพื่อให้การทรงตัวเป็นเยี่ยม ในทุกการใช้งาน

         ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT มีเทคโนโลยี ISUZU INSIGHT VERSION 1.1 ที่ช่วยวิเคราะห์ พฤติกรรมการใช้รถของผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละบุคคล

          อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล ยูโร 4 กับเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี 136 แรงม้า และ 3,000 ซีซี 177 แรงม้า มาพร้อม VGS Turbo ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมในทุกรอบเครื่อง

เพิ่มการเผาไหม้ให้ดียิ่งขึ้นด้วย อินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ ทำให้ ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT แรงและประหยัดจนคุณรู้สึกได้ 

ISUZU SUPER Ddi SUPER COMMONRAIL EURO 4

อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ 2 ประตู มีให้เลือก 5 สี

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู สีบรอนซ์ฟ้านอร์วีเจียน

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู สีดำออสเตรเลียนโคล

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู สีบรอนซ์เงินอาร์กติก

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู สีเงินเม็กซิกัน

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 2 ประตู สีขาวไซบีเรียน

ราคา ISUZU D-MAX Spacecab Super Daylight  2 ประตู

ราคา ISUZU D-MAX Spacecab Super Daylight (สเปซแค๊ป 2 ประตู) 

ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ สเปซแค๊ป 2 ประตู รุ่น 2.5 S ราคา 577,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ สเปซแค๊ป 2 ประตู รุ่น 2.5 S เงินแม็กซิกัน, เงินอาร์กติก ราคา 584,000 บาท

ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ สเปซแค๊ป 2 ประตู รุ่น 2.5 L เงินแม็กซิกัน, ดำ, เงินอาร์กติก ราคา 646,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ สเปซแค๊ป 2 ประตู รุ่น 2.5 Z เงินแม็กซิกัน, ดำ, เงินอาร์กติก ราคา 676,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ สเปซแค๊ป 2 ประตู รุ่น 2.5 VGS Z เงินแม็กซิกัน, ดำ, เงินอาร์กติก ราคา 696,000 บาท

ราคา ISUZU D-MAX Hi-Lander Super Daylight 2 ประตู  (ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู)
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู รุ่น 2.5 Z ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 713,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู รุ่น 2.5 VGS Z ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 728,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู รุ่น 2.5 VGS Z A/T ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 768,000 บาท

ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู รุ่น 2.5 VGS Z DVD ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 743,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู รุ่น 2.5 VGS Z-Prestige DVD, Navi A/T ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 808,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ 2 ประตู รุ่น 3.0 VGS Z-Prestige DVD, Navi ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 808,000 บาท

อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ 4 ประตู มีให้เลือก 6 สี

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู สีดำออสเตรเลียนโคล

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู สีเงินเม็กซิกัน

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู สีบรอนซ์เงินอาร์กติก

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู สีบรอนซ์ฟ้านอร์วีเจียน

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู สีขาวไซบีเรียน

ISUZU D–MAX SUPER DAYLIGHT 4 ประตู สีขาวมุกเอเวอเรสต์

ราคา ISUZU D-MAX Spacecab Super Daylight  4 ประตู

ราคา ISUZU D-MAX CAB 4 Super Daylight (4 ประตู)


ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ รุ่น 2.5 S ขาว ราคา 655,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ รุ่น 2.5 S เงินแม็กซิกัน, เงินอาร์กติก, ราคา 662,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ รุ่น 2.5 VGS Z เงินแม็กซิกัน, เงินอาร์กติก, ดำ ราคา 777,000 บาท

ราคา ISUZU D-MAX Hi-Lander 4 Doors Super Daylight (ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู)


ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์รุ่น 2.5 VGS Z ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 808,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 2.5 VGS Z ขาวมุก ราคา 815,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น  2.5 VGS Z A/T ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 853,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 2.5 VGS Z A/T ขาวมุก ราคา 860,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น  2.5 VGS Z DVD ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 825,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น  2.5 VGS Z DVD ขาวมุก ราคา 832,000 บาท

ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น  2.5 VGS Z-Prestige DVD, Navi A/Tดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 901,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 2.5 VGS Z-Prestige DVD, Navi A/T ขาวมุก ราค 908,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 3.0 VGS Z-Prestige DVD, Navi ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 902,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 3.0 VGS Z-Prestige DVD, Navi ขาวมุก ราคา 909,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 3.0 VGS Z-Prestige DVD, Navi A/T ดำ, ฟ้า, เงินอาร์กติก ราคา 947,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ไฮแลนเดอร์ รุ่น 3.0 VGS Z-Prestige DVD, Navi A/T ขาวมุก ราคา 954,000 บาท

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่าย อีซูซุ ทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

ISUZU D-MAX V-CROSS 2014 ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด

 ISUZU D-MAX V-CROSS 2014  ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ที่ถูกสร้างมาเพื่อความลงตัว ดีไซน์เท่ห์ โดดเด่น สวยงาม ควบคู่ไปกับ สมรรถนะชั้นเยี่ยม ที่พร้อมจะพาคุณลุยไปทุกที่ที่ใจคุณต้องการ

ภายนอก

          อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส ออฟโรดตัวจริง ด้วยดีไซน์รอบคันที่สวยงาม หลังคาทรงลู่ลม ติดตั้งราวหลังคาดีไซน์สปอร์ต โป่งล้อขนาดใหญ่ ไฟหน้าส่องสว่างเวลากลางวัน โดดเด่นในแบบรถหรูจากยุโรป รับกับไฟท้ายในแบบ LED สวยงามลงตัวในแบบสปอร์ต

ภายใน ISUZU D-MAX V-CROSS 2014

หรูหราระดับ First – Class ไปกับ ISUZU D-MAX V-CROSS ด้วยเบาะหุ้มหนังโอบกระชับแบบสปอร์ตปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง คอนโซลหน้าโดดเด่นไปกับทุกรายละเอียด เรือนไมล์แบบ Super Vision ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบครัน เพียบพร้อมไปด้วย ระบบความบันเทิงในแบบ  ISUZU ENTERTAINMENT SYSTEM ครบครันทั้งภาพและเสียง

เครื่องยนต์

          อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล ยูโร4 เทคโนโลยีขั้นสูงของทาง อีซูซุ มีอัตราประหยัดเป็นเยี่ยม กับเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี 136 แรงม้า และ 3,000 ซีซี 177 แรงม้า มาพร้อม VGS Turbo ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมในทุกรอบเครื่อง เพิ่มการเผาไหม้ให้ดียิ่งขึ้นด้วย อินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่

อีซูซุ ดีดีไอ ซูเปอร์คอมมอนเรล ยูโร4 

ความปลอดภัย 

           อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นหลัก

– ระบบเบรคสมบูรณ์แบบ ABS,EDB และจานเบรคขนาดใหญ่

– ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic Stability Control)

– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System)

– แอร์แบคคู่ SRS Airbags

– โครงสร้างตัวถังแบบเหล็กกล้า High Tensile Strength Stee

ISUZU D-MAX V-CROSS มีให้เลือก 5 สี

อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส สีดำออสเตรเลียนโคล Australian Coal Black

อีซูซุ ดีแมคซ์ แ สีแดงเวเนเชียน Venetian Red

อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส สีบรอนซ์ฟ้านอร์วีเจียน Norwegian Blue

อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส สีบรอนซ์เงินอาร์กติก Arctic Silver

อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส สีขาวมุกเอเวอเรสต์ Everest Pearl White

ราคา ISUZU D-MAX V-CROSS Super Daylight 

ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส แบบ 2 ประตู  (4×4)
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 2.5 VGS Z ราคา 757,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 3.0 VGS Z Prestige DVD, Navi ราคา 843,000 บาท

ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส แบบ  4 ประตู (4×4)
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 2.5 L  ราคา 833,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 2.5 L ขาวมุก 840,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 2.5 VGS Z Prestige DVD, Navi ราคา 923,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 2.5 VGS Z Prestige DVD, Navi สีขาวมุก ราคา 930,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 3.0 VGS Z Prestige DVD, Navi ราคา 952,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 3.0 VGS Z Prestige DVD, Navi ขาวมุก ราคา 959,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 3.0 VGS Z Prestige DVD, Navi AT ราคา 997,000 บาท
ราคา อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส รุ่น 3.0 VGS Z Prestige DVD, Navi AT ขาวมุก ราคา 1,004,000 บาท

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่าย อีซูซุ ทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

TOYOTA ALTIS 2014 เน้นตามหลักอากาศพลศาสตร์

TOYOTA ALTIS 2014 ได้รับการออกแบบใหม่หมดทั้งคัน ให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว สวยล้ำสมัยมากกว่าเดิม โดยการออกแบบนั้นจะเน้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัว

ภายในมีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมพื้นที่เก็บของที่กว้างขึ้น พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายในที่ให้อารมณ์แบบสปอร์ต ขุมพลังเบนซิน DOHC Dual VVT-i 4 สูบ แถวเรียง มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น 1.8 ลิตร, 1.6 ลิตร และ 1.6 ลิตร CNG ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

และประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ช่วงล่างปรับปรุงใหม่ ให้การขับขี่นุ่มนวลแต่เกาะถนนดียิ่งขึ้น ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกที่สมบูรณ์แบบ

ภายนอก NEW TOYOTA ALTIS 2014โตโยต้า อัลติส ใหม่

  • ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ให้ความสะดวกสบายเหนือคำบรรยาย
  • กระจังหน้าโครเมี่ยมให้ความสปอร์ต โดดเด่น สะกดทุกสายตา
  • มือจับประตูด้านนอก แบบ Grip-type เปิด-ปิดสะดวก เพิ่มความโดดเด่นด้วยแถบโครเมี่ยม
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สไตล์สปอร์ต 

ภายใน NEW TOYOTA ALTIS 2014โตโยต้า อัลติส ใหม่

  • พวงมาลัยสุดล้ำ สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ / ไกล้-ไกล 
  • มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ช่วยเสริมอารมณ์แบบ Super Car
  • สตาร์ทง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยปุ่ม Engine Start Stop
  • เรือนไมล์เรืองแสง Optitron มองเห็นชัดเจนสบายตา
  • จอแสดงผลการขับขี่ MID

เครื่องยนต์ NEW TOYOTA ALTIS 2014โตโยต้า อัลติส ใหม่

  • ขุมพลังระบบวาล์วอัจฉริยะ DUAL VVT-i ที่มาพร้อมกับระบบ ACIS ช่วยเพิ่มแรงบิดได้ดียิ่งขึ้น
  • ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นด้วยระบบเกียร์ที่ช่วยปรับระดับความเร็วคงที่
  • ระบบเกียร์ Super CVT-i 7 Speed แบบ Gate-type พร้อม Sequential Shift เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วทันใจเพียงปลายนิ้ว

ช่วงล่าง NEW TOYOTA ALTIS 2014โตโยต้า อัลติส ใหม่

  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) ช่วยลดสาเหตุของการลื่นไถลของรถ จนเสียการควบคุม
  • ระบบความคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
  • ระบบเบรค ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brake-force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรค BA (Brake Assist)

ราคา NEW TOYOTA ALTIS 2014โตโยต้า อัลติส ใหม่

  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.6J MT ราคา 769,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.6J CNG MT ราคา 819,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.6E CNG AT ราคา 889,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.6G AT ราคา 829,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.8E AT ราคา 839,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis ESPORT 2014 โตโยต้า อัลติส เอสสปอร์ต 1.8S AT ราคา 899,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.8G AT ราคา 979,000 บาท
  • ราคา Toyota Altis 2014โตโยต้า อัลติส 1.8V Navi AT ราคา 1069,000 บาท

สีของ NEW TOYOTA ALTIS 2014 โตโยต้า อัลติส ใหม่

สีขาว

สีขาวมุก

สีดำ

สีเทาดำ

สีน้ำตาล

สีบรอนส์เงิน

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

NISSAN TEANA 2014 ความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ

          NISSAN TEANA 2014 (นิสสัน เทียน่า) ความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ พร้อมที่จะเปลี่ยนโลกให้หมุนตามคุณ และสะกดสายตาจากผู้พบเห็น ด้วยดีไซน์ที่เฉียบคม ล้ำสมัย มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม ความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย 

รูปลักษณ์ภายนอก NISSAN TEANA 2014

          นิสสัน เทียน่า ถูกออกแบบภายนอกตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านอากาศที่เกิดขึ้นขณะขับขี่ ให้มีความพริ้วไหว และล้ำสมัย โดยมีกระจังหน้าโครเมียมแบบ 3 มิติ มาพร้อมกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์เลนส์พร้อมไฟซีนอน และยังแอบหรูหราด้วยหลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้า อีกทั้งภายนอกยังตกแต่งด้วยโครเมี่ยมรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นคิ้วกระจังหน้า คิ้วขอบประตู คิ้วขอบฝาท้าย คิ้วกันชนท้าย และคิ้วกันสาดประตู ปิดท้ายด้วยไฟหลัง LED ที่คอยส่องสว่างทุกเส้นทาง

ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์เลนส์ซีนอนดีไซน์โฉบเฉี่ยว

กระจังหน้าโครเมียมแบบ 3 มิติ ที่มอบความหรูหรา และความสวยงาม

ไฟท้ายแบบ LED ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

หลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้า ที่จะมอบทัศนียภาพ

รูปลักษณ์ภายใน NISSAN TEANA 2014

          ภายใน นิสสัน เทียน่า ได้ถูกตกแต่งด้วยความประณีต โดยโทนสีส่วนใหญ่จะเป็นสีเบจ ซึ่งจะให้ความหรูหราและดูกว้างขวาง ไฮเทคด้วยระบบควบคุม Cruise Control หน้าจอ 3D Display และเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ปลอดภัยด้วยระบบล็อคประตูอัตโนมัติตามความเร็วรถ อีกทั้งยังมอบความเพลิดเพลินระหว่างการเดินทางด้วย เครื่องเล่น DVD หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ระบบสัมผัส มาพร้อม Bluetooth ที่สามารถฟังเพลง และดู YouTube ได้ รวมถึงยังมีฟังค์ชั่นแผนที่ Garmin เวอร์ชั่นใหม่ ที่จะแสดงผลแบบ Junction View พร้อม 3D Building Map ที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับคุณ

หน้าจออัจฉริยะแบบ 3 มิติ           หน้าจออัจฉริยะ (INTELLIGENT 3D DISPLAY FOR CONVENIENT DRIVING)  ที่มาพร้อม Advanced Drive-Assist Display (ระบบแสดงข้อมูลอัจฉริยะ)ซึ่งจะแสดงข้อมูลทั้งหมดผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ 4 นิ้ว อีกทั้งยังใช้งานได้ง่ายเพียงแค่สัมผัส และสะดวกสบายกับการจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เด่นชัด   

LANE DEPARTURE WARNING & BLIND SPOT WARNING           ระบบนี้จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ ITS แสดงการเปิด – ปิดและแสดงผลการทำงานของระบบ Lane Departure Warning (LDW) หรือระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง และ Blind Spot Warning (BSW) หรือระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา  

DRIVING INFORMATION ระบบนี้จะคอยแสดงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถให้คุณได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเฉลี่ย, ระยะทางที่ได้ขับขี่, ระยะเวลาที่คุณได้ขับขี่ และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย   

TURN-BY-TURN NAVIGATION           ระบบจะช่วยแสดงลูกศรนำทาง และช่วยบอกระยะทางก่อนถึงทางแยกข้างหน้า ซึ่งจะเชื่อต่อกับระบบนำทางที่แสดงผลผ่านหน้าจออัจฉริยะ  

WARNING CONFIRMATION จะทำหน้าที่เตือนผู้ขับขี่เมื่อเกิดการปิดประตูไม่สนิท หรือเปิดไฟค้างเอาไว้  

BLUETOOTH CONNECTION ระบบนี้จะทำหน้าที่แสดงการเชื่อมต่อระหว่างรถกับโทรศัพท์ผ่านทางสัญญาณ Bluetooth  

การนำทางด้วยระบบ NAVIGATION SYSTEM           ซึ่งระบบนี้จะทำหน้าที่นำทาง โดยอาศัยการประมวลที่แม่นยำ ผ่านทางระบบ GPS ซึ่งจะนำเส้นทาง และสถานที่สำคัญต่างๆ มาแสดงบนจอ อีกทั้งยังมีการแสดงลูกศรนำทางกับระยะทางข้างหน้าให้ได้ทราบอีกด้วย   

 เครื่องเล่น DVD พร้อม BLUETOOTH

ความสะดวกสบาย

เบาะนั่งที่มีคุณภาพสูงNissan ได้ทำการพัฒนาเบาะนั่ง ให้เป็นแบบ Spinal Support Seat ซึ่งมีคุณภาพที่สูง เพื่อจะได้รองรับแรงกระแทก และรับกับแนวกระดูกสันหลัง ลดอาการเมื่อยล้าที่เกิดจากการขับรถทางไกล  

WELCOME SEAT และ MEMORY SEAT           ระบบ WELCOME SEAT นี้จะทำหน้าที่เลื่อนเบาะตามที่คนที่นั่งได้ปรับเอาไว้เมื่อทำการสตาร์ทรถ และเบาะจะเลื่อนถอยหลังเองโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มเนื้อที่ให้กว้างขึ้นขณะออกจากรถ           ระบบ MEMORY SEAT จะคอยบันทึกตำแหน่งที่ผู้นั่งได้ทำการปรับเบาะเอาไว้ จึงไม่ต้องเสียเวลาในการปรับเบาะใหม่ทุกครั้งเวลากลับมานั่ง   

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติNissan ได้ออกแบบระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ มาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร เพราะระบบนี้สามารถปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย – ขวา ตามความต้องการได้อย่างยอดเยี่ยม   

คุณภาพเสียงที่มีคุณภาพ BOSE SOUND SYSTEM

          Nissan ยังได้ใส่ระบบความบันเทิงเข้าไปใน Teana ด้วยเครื่องเสียง BOSE ที่มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ และลำโพง 9 จุดรอบคัน เพื่อเพิ่มความบันเทิง และสุนทรีย์ระหว่างการเดินทาง 

ด้านเครื่องยนต์

          เครื่องยนต์ที่วางลง นิสสัน เทียน่าตัวนี้คือ MR20DE 4 สูบ 16 วาล์ว 1,997 ซีซี 136 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 4,400 รอบ/นาที มาพร้อมระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT ซึ่งเอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสัน และระบบช่วงล่างที่ออกแบบมาให้มีความนุ่มนวลในการขับขี่ อีกทั้งยังรวมถึงการทรงตัว และเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้ขับขี่จึงมั่นใจได้ว่า จะสามารถควบคุม และขับขี่ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเจอสภาพถนน หรือทางโค้งแบบไหน 

เครื่องยนต์ MR20DE 4 สูบ 16 วาล์ว 1,997 ซีซี

ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT 

 ระบบช่วงล่าง

ความปลอดภัยของนิสสัน เทียน่า

          ตัวใหม่นี้คือ ACTIVE TRACE CONTROL : ATC (ระบบช่วยควบคุมการเลี้ยว และการทรงตัวขณะเข้าโค้ง) ซึ่งระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติ ด้วยการส่งแรงเบรคไปลดความเร็วล้อด้านที่กำลังเลี้ยว เพื่อให้คุณสามารถควบคุมรถไปในทิศทางที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ, HILL START ASSIST : HSA (ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน) ระบบนี้จะป้องกันไม่ให้รถไหล เมื่อทำการออกตัวบนทางลาดชัน, VEHICLE DYNAMICS CONTROL : VDC (ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง),  DUAL SRS AIRBAGS, SIDE AIRBAGS & CURTAIN AIRBAGS (ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง 6 จุด), TRACTION CONTROL SYSTEM : TCS (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี)ซึ่งระบบจะมีหน้าที่ช่วยควบคุมล้อคู่หน้า ให้ค่อยๆ หมุนออกตัว โดยไม่เกิดอาการล้อหมุนฟรี เพื่อให้คุณสามารถควบคุมรถบนสภาพถนนที่ลื่นได้อย่างมั่นใจ และง่ายดาย,เสริมความมั่นใจด้วยเบรกที่มากับตัวรถระบบเบรค ABS : Anti – lock Braking Systemระบบ EBD : Electronic Brake Force Distribution  (ระบบกระจายแรงเบรค) และ BA : Brake Assist (ระบบเสริมแรงเบรค)

ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง 6 จุด

ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน 

ระบบช่วยควบคุมการหักเลี้ยว/การทรงตัวขณะเข้าโค้ง

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี

ระบบเบรคกันล้อล็อค

ระบบกระจายแรงเบรค

ที่ฉีดน้ำทำความสะอาดไฟหน้ารถ

ระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ 

          Nissan ได้นำระบบที่ช่วยในการขับแบบอัจฉริยะ INTELLIGENT TRANSPORT SYSTEM : ITS (ระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ) มาติดตั้งใน Teana ซึ่งจะมีด้วยกัน 3 ระบบ

LANE DEPARTURE WARNING (ระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง)            โดยระบบนี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่ให้ทราบทันที เมื่อมีการขับรถออกนอกช่องทางโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว หรือขับออกนอกเส้นทางโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งระบบจะทำการเตือนก็ต่อเมื่อรถมีความเร็วเกิน 70 ก.ม./ช.ม. 

BLIND SPOT WARNING (ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา)          ระบบนี้จะทำงานเมื่อมีการเปิดไฟเลี้ยว แล้วมีรถในช่องทางด้านข้างขับเข้ามาอยู่ในจุดอับสายตา ระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้คุณระมัดระวังก่อนเปลี่ยนเลน ซึ่งระบบจะทำงานเมื่อความเร็วของรถมากกว่า 32 กม./ชม.  

MOVING OBJECT DETECTION (ระบบเตือนวัตถุที่เคลื่อนไหวด้านหลัง )Nissan Teana มาพร้อมกล้องหลังที่มีเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ด้านหลังรถ และส่งเสียงสัญญาณเตือนให้คุณทราบ พร้อมทั้งยังได้แสดงการเตือนผ่านหน้าจอ เพื่อให้คุณเห็นอย่างชัดเจน   กล้องมองรอบทิศทางแบบ 360 องศา

          เทียน่า คันนี้ยังมีระบบที่คอยช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้รอบทิศทาง โดยอาศัยกล้อง 4 ตัว รอบรถ ทำให้ผู้ขับขี่ขับรถและจอดรถได้ปลอดภัยมากขึ้น

  1. เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (R) หน้าจอจะแสดงภาพมุมสูงและภาพด้านหลัง  พร้อมเส้นกะระยะ เพื่อความสะดวกในการถอยหลัง
  2. ขณะกำลังถอยจอด หน้าจอจะแสดงภาพเคลื่อนไหวจริง ถ้ามีวัตถุอยู่ใกล้รถ จะมีสัญญาณเตือนพร้อมภาพ AVM เตือนขึ้นบนหน้าจอ
  3. เมื่อเข้าเกียร์เดินหน้า (D) กล้องจะเปลี่ยน เป็นมุมมองด้านหน้า จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีวัตถุอยู่ในตำแหน่งที่คุณมองไม่เห็นด้านหน้าหรือไม่
  4. ตรวจสอบระยะข้างตัวถังรถว่าจอดติดชิดขอบทางเท้าหรือไม่ เพียงแค่กดปุ่ม CAMERA บริเวณหน้าจอ เพื่อเปลี่ยนมุมมอง โดยหน้าจอจะแสดงภาพข้างตัวรถฝั่งผู้โดยสารแทนภาพมุมสูง

NISSAN TEANA มีให้ผู้ที่สนใจเลือกถึง 6 สี

นิสสัน เทียน่า สีขาวมุก ไวท์ เพิร์ล

นิสสัน เทียน่า สีน้ำเงิน ฟอล บลู

นิสสัน เทียน่า สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์

นิสสัน เทียน่า สีดำ แบล็ก สตาร์

นิสสัน เทียน่า สีน้ำตาล เกรย์ยิช บรอนซ์

นิสสัน เทียน่า สีม่วงเทา ดีพ ไอริส เกรย์

อุปกรณ์มาตรฐาน  NISSAN TEANA

ความยาว ความกว้าง ความสูง = 4,875 x 1,830 x 1,490

นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.0XE 1,270,000

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (ปิดอัตโนมัติเท่านั้น)
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบตั้งหน่วงเวลาและปัดตามความเร็วรถ
  • สัญลักษณ์ PURE DRIVE XTRONIC CVT
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว / ยาง 214 / 60R16

อุปกรณฺ์มาตรฐานภายใน

  • พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • ระบบควบคุม Cruise Control หน้าจอ 3D Display และเครื่องเสียงแบบพวงมาลัย
  • หน้าจอ 3 มิติ (3D Display)
  • ระบบขับขี่แบบ Eco Mode
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button)
  • สีภายใน (สีเบจ)
  • วัสดุหุ้มเบาะ (หนังแท้และวัสดุสังเคราะห์)
  • เบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า (6ทิศทาง)
  • เบาะนั่งผู้โดยสารปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • กระจกมองหลังปรับลดแสง
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันหนีบฝั่งคนขับ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • ช่องปรับอากาศตอนหลัง
  • พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ
  • เบาะหลังแยกพับแบบ 60:40
  • ม่านกระจกหลังปรับไฟฟ้า
  • ระบบไฟภายในห้องโดยสาร LED Mood Lamp
  • กุญแจอัจฉริยะ (Intelligent Key)
  • ระบบล็อคประตูอัตโนมัติตามความเร็วรถ

ระบบเครื่องเสียงและระบบนำทางเนวิเกเตอร์

  • หน้าจอสี (Color Screen) ขนาด 5 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียง AM/FM, 1 CD, MP3, Aux-in พร้อมปรับระดับเสียงตามความเร็วรถ
  • ช่องเชื่อมต่อ USB
  • ลำโพง 6 ตัว

ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมคู่หน้า (SRS Airbags)
  • ถุงลมด้านข้าง (Side AirBags)
  • ม่านถุงลมด้านข้าง (Curtain Airbags)
  • กล้องมองหลัง (Rear View Monitor)
  • ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brakeforce Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรค BA (Brake Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมทิศทางเลี้ยว ATC (Active Trace Control)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC (Vehicle Dynamic Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System)
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะพร้อมระบบ Immobilizer และสัญญาณกันขโมย

นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.0XL 1,330,000

  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบตั้งหน่วงเวลา และปัดตามความเร็ว (Rain Sensing)
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับและพับด้วยไฟฟ้า (ปรับอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง และเชื่อมต่อกับระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่)
  • สีภายใน (สีดำ)
  • ระบบควบคุม Cruise Control หน้าจอ 3D Display และเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • เบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า (Electric Lumbar Support)
  • เบาะนั่งคนขับเลื่อนอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ (Welcome Seat)
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat)
  • กุญแจอัจฉริยะ  (Intelligent Key) พร้อมเชื่อมต่อกับระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่
  • ระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ
  • ระบบเตือนให้รักษาตำแหน่งรถในช่องทาง (Lane Departure Warning)
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย (Bluetooth)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blinf Spot Warning)
  • ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบรถ (Moving Object Detection)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Around View Monitor)
  • ยาง 2145/55R17, ล้ออัลลอย 17 นิ้ว

นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.0XL Navi 1,380,000

  • หน้าจอสี (Color Screen) หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • สีภายใน (สีดำ)

นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.5 XV 1,570,000

  • สีภายใน (สีเบจ)
  • หน้าจอสี (Color Screen) ขนาด 5 นิ้ว
  • ลำโพง 9 ตัว
  • กระจกมองหลังปรับลดแสง (ปรับอัตโนมัติ)
  • ระบบไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED Mood Lamp พร้อมระบบ Scenario Logic
  • สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Sensors) เชื่อมต่อกับหน้าจอแบบ 3 มิติ (3D Display)

นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.5 XV Navi 1,620,000

  • หน้าจอสี (Color Screen) หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • ลำโพง 9 ตัว
  • สีภายใน (สีดำ)

ราคา Nissan Teana แบ่งได้ 5 รุ่น ดังนี้

  • ราคา Nissan Teana นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.0XE         1,270,000 บาท
  • ราคา Nissan Teana นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.0XL         1,330,000 บาท
  • ราคา Nissan Teana นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.0XL Navi  1,380,000 บาท
  • ราคา Nissan Teana นิสสัน เทียน่า รุ่น 2.5XV         1,570,000 บาท
  • ราคา Nissan Teana นิสสัน เทียน่ารุ่น 2.5XV Navi  1,620,000 บาท

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่าย นิสสัน ทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

NISSAN PULSAR 2014 สปอร์ต โดยมีสไตล์

          NISSAN PULSAR 2014 เปิดตัว พัลซาร์ โฉมใหม่ ที่มีรูปลักษณ์ปราดเปรียว สปอร์ต โดยมีสไตล์ Character Line ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งเส้นสายที่ลื่นไหล ดูโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียวจากหน้าจรดท้าย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Fludity & Brisk ที่ให้ความรู้สึกคล่องแคล่ว ดูกระฉับกระเฉง

อุปกรณ์มาตรฐาน NISSAN PULSAR 2014

นิสสัน พัลซาร์ 1.6  S 781,000

  • กระจังหน้าโครเมียม
  • ไฟหน้า ฮาโลเจนที่สามารถปรับระดับได้
  • ไฟเลี้ยวด้านข้างบนกระจกมองข้าง
  • มือจับประตูด้านนอก สีเดียวกับตัวรถ
  • ระบบปัดน้ำฝน แบบตั่้งเวลาหน่วง และปัดตามความเร็วของรถ
  • กระจกมองข้าง สีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างและปรับไฟฟ้า
  • กระจกไล่ฝ้าหลัง
  • สัญลักษณ์ Pure Drive XTRONIC CVT ด้านท้ายรถ

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน

  • โทนสีภายในสีดำ
  • วัสดุตกแต่งภายในสีเงิน
  • วัสดุหุ้มเบาะผ้า
  • พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • พวงมาลัย ยูริเทน
  • ระบบควบคุมบนพวงมาลัย  (หน้าจอ MID)
  • มาตรวัดแบบเรืองแสง และปรับระดับแสงได้
  • จอ Multi-information Display : Trip A Trip B อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะขับขี่ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย ระบทางที่ขับขี่ อุณหภูมิภายนอก ระยะทางที่สามารถขับต่อไปได้จากน้ำมันที่เหลืออยู่
  • หัวเกียร์ยูริเทน
  • ที่บังแดดด้านหน้าพร้อมกระจกส่องหน้า และฝาปิด และที่เสียบการ์ดด้านคนขับ
  • ที่บังแดดด้านหน้าพร้อมกระจกส่องหน้า และฝาปิดผู้โดยสาร
  • ช่องเก็บแว่นตาเหนือศรีษะ
  • ไฟอ่านแผนที่ และไฟตรงกลางห้องโดยสาร
  • ไฟห้องสัมภาระท้าย
  • เบาะนั่งคนขับ ปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งข้างคนขับปรับ 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบพับได้ 60: 40
  • พนักพิงศรีษะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศ
  • แผงปิดห้องสัมภาระด้านท้าย
  • ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V
  • กุญแจรีโมท พร้อม Panic Alarm
  • ระบบเซ็นทรัลล็อค

ระบบเครื่องเสียง

  • ระบบเครื่องเสียง วิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น พร้อมช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ลำโพง 4 ตัว
  • เสาอากาศบนหลังคา

ระบบความปลอดภัย

  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • ถุงลมคู่หน้า SRS
  • ระบบป้องกันเด็กเปิดจากภายในรถที่ประตูหลัง
  • ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
  • ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED

นิสสัน พัลซาร์ 1.6  V  844,000

  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า
  • พวงมาลัย หุ้มหนัง
  • ระบบควบคุมบนพวงมาลัย (หน้าจอ MID, ระบบเครื่องเสียง)
  • ปุ่มสตาร์เครื่องยนต์ (Push Start Button)
  • ระบบเครื่องเสียง วิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น พร้อมช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมช่อง USB
  • หน้าจอสี LCD  จอ 4.3 นิ้ว
  • วัสดุหุ้มเบาะ หน้งแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
  • ที่บังแดดด้านหน้าพร้อมกระจกส่องหน้าและฝาปิด และที่เสียบการ์ดด้านคนขับ (พร้อมไฟส่องสว่าง)
  • ที่บังแดดด้านหน้าพร้อมกระจกส่องหน้าและฝาปิด ผู้โดยสาร (พร้อมไฟส่องสว่าง)
  • ระบบปรับอากาศ (แบบอัตโนมัติพร้อมปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา)
  • ช่องแอร์สำหรับที่นั่งด้านหลัง
  • กุญแจอัจฉริยะ (Intelligent Key) พร้อมระบบ Immobilizer
  • ระบบเบรคกันล้อล็อก ABSระบบกระจายแรงเบรค EBDระบบเสริมแรงเบรค BA

 นิสสัน พัลซาร์ 1.6  SV  877,500

  • สเกิร์ตหน้า
  • สเกิร์ตข้าง
  • สเกิร์ตหลัง
  • สปอยเลอร์หลัง
  • ไฟท้ายแบบใสรมดำ สไตล์สปอร์ต
  • ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED แบบใสรมดำ สไตล์สปอร์ต
  • สัญลักษณ์ SV ด้านท้ายรถ

นิสสัน พัลซาร์ 1.8  V  930,000

  • สปอย์เลอร์หลัง  (ไม่มี สเกิร์ตหน้า, ข้าง, หลัง, ไฟท้ายแบบใสรมดำ สไตล์สปอร์ต)
  • ไฟหน้า ไบ-ซีนอน โปรเจคเตอร์ (ปรับระดับอัตโนมัติ)
  • ระบบควบคุมบนพวงมาลัย (หน้าจอ MID, ระบบเครื่องเสียง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ)
  • ลำโพง 6 ตัว
  • กล้องมองหลัง

นิสสัน พัลซาร์ 1.8  V Sunroof Navi  981,000

  • ซันรูฟ
  • ระบบควบคุมบนพวงมาลัย (หน้าจอ MID, ระบบเครื่องเสียง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบควบคุมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth)
  • หน้าจอสี LCD 5.8 นิ้ว
  • ระบบนำทาง (Navigation System)

รูปลักษณ์ภายนอก

            ภายนอก Nissan Pulsar ตกแต่งด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมสไตล์สปอร์ต มาพร้อมไฟหน้า ไบ ซีนอน โปรเจคเตอร์ ด้านบนยังมีหลังคาซันรูฟที่ทำให้ผู้โดยสารสามารถมองเห็นท้องฟ้าที่สวยงามได้อย่างถนัด ด้านท้ายรถยังเสริมด้วยสปอยเลอร์หลัง

ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ด้วยการตกแต่งภายนอกของ พัลซาร์ คันนี้ ทำให้ดูสปอร์ตขึ้นมาทันตาเห็น 

 กระจังหน้าทรงสปอร์ต ที่เพิ่มความหรูหราด้วยโครเมี่ยม   

ไฟหน้า ไบ-ซีนอน โปรเจคเตอร์ ที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ ได้โดยอัตโนมัติ   

 ไฟตัดหมอก ที่พร้อมจะส่องแสว่างให้คุณแม้ยามไม่มีไฟถนน   

 หลังคาซันรูฟ ที่จะทำให้คุณเห็นวิวทิวทัศน์ ที่คุณไม่เห็นเห็นขณะเดินทาง   

 ไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ที่ทำให้คันหลังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน   

 สปอยเลอร์หลังสไตล์สปอร์ต ที่ให้ความโฉบเฉี่ยว และสวยงาม   

ล้ออัลลอย สไตล์สปอร์ต ขนาด 17 นิ้ว   

ภายในห้องโดยสาร 

          ภายในห้องโดยสารก็ดีไซส์ให้ดูสปอร์ตด้วยสีดำ แต่ก็ยังให้พื้นที่ความกว้างของห้องโดยสารใหญ่ขึ้น จึงสามารถมอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คอนโซลหน้ามีเรือนไมล์เรืองแสงแบบ Fine Vision Meter จึงทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดในทุกเวลา และที่โดดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ผู้ขับขี่ต้องหลงใหลคือ พวงมาลัยพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่น

ที่สามารถควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มรับและวางสายโทรศัพท์ Bluetooth และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ทั้งนี้ยังมีกุญแจอัจฉริยะให้คุณเปิดปิดประตูและห้องสัมภาระท้ายรถอย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส และยังมั่นใจมากยิ่งขึ้นจากภัยโจรกรรมด้วยระบบ Immobilizer และ Panic Alarm อีกด้วย

เรือนไมล์เรืองแสงแบบ Fine Vision Meter ที่จะทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้อย่างชัดเจน   

จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์แบบ MID ที่จะทำให้รู้ถึงข้อมูลของรถเกือบทุกอย่าง   

ระบบนำทาง (Navigation System) ที่จะนำทางคุณไปทุกที่ ไม่มีหลง   

โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECO Mode) ที่จะทำให้คุณประหยัดน้ำมันมากขึ้น และช่วยโลกให้มีมลพิษน้อยลง   

กล้องมองหลัง (Rear View Camera) ที่จะทำให้คุณถอยหลังได้อย่างมั่นใจ   

ระบบเครื่องเสียง DVD ที่พร้อมรับช่องเสียบ AUX-IN, USB และ IPOD

พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถควบคุม ระบบควบคุมเครื่องเสียง, ระบบเปลี่ยนหน้าจอ MID, ปุ่มรับและวางสายโทรศัพท์ Bluetooth และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ได้ด้วยเพียงใช้แค่นิ้วเดียว    

หัวเกียร์หุ้มหนัง ที่ให้อารมณ์สปอร์ต    

พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลัง ถูกออกแบบให้มีขนาดกว้างขวาง นั่งสบายทุกอิริยาบท    

เบาะหนังที่ออกแบบให้มีโทนสีดำ สื่อถึงอารมณ์แบบสปอร์ต

ปุ่มสตาร์เครื่องยนต์ ซึ่งสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น    

กุญแจอัจฉริยะ ที่ทำให้คุณเปิด-ปิดประตู และห้องสัมภาระท้ายรถอย่างง่ายดาย เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ที่สำคัญยังมั่นใจได้จากการโจรกรรมได้ ด้วยระบบ Immobilizer และ Panic Alarm ที่จะไม่ทำการสตาร์ทรถ ถ้ารหัวของกุญแจ กับระบบไม่ตรงกัน    

ช่องแอร์สำหรับที่นั่งด้านหลัง โดยจะกระจายความเย็นสู่ผู้โดยสารด้านหลัง อย่างทั่วถึง และเร็วยิ่งขึ้น    

แผงควบคุมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ที่มาพร้อมปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้ายขวา ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย    

พวงมาลัยที่สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง    

พนักวางแขนข้างประตู ที่มีการออกแบบให้กว้างขึ้นพิเศษ บุด้วยวัสดุที่นุ่มพิเศษ ทำให้ผ่อนคลายขณะขับขี่     

พนักวางแขนเบาะหลัง พร้อมที่วางแก้ว ที่จะช่วยผ่อนคลายทุกอิริยาบถ และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลัง    

พนักพิงศีรษะด้านหน้า และพนักพิงศีรษะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง ที่สามารถแยกปรับระดับได้ ซึ่งทำออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร    

ที่บังแดดด้านหน้า มาพร้อมกระจกส่องหน้าพร้อมฝาปิด รวมถึงไฟส่องสว่าง และช่องเสียบการ์ด     

ช่องเก็บของด้านหน้า ที่เพิ่มเนื้อที่ให้มากขึ้น สามารถเก็บของใช้ส่วนตัวด้อย่างจุใจ และยังสามารถหยิบใช้ได้อย่างสะดวก    

ที่วางแก้วด้านหน้า เพื่อความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ และผู้ที่นั่งด้านข้างคนขับ    

ช่องวางขวดด้านข้างประตู ที่ทำออกมาให้มีช่องที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนของในการวาง    

เบาะหลังแยกพับ 60 : 40  ที่เพิ่มความกว้างเพื่อการจัดเก็บสัมภาระได้มากขึ้น สมรรถภาพของ Nissan Pulsar

          นิสสัน พัลซาร์ ใช้เครื่องยนต์ HR16DE 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์เป็นแบบ XTRONIC CVT ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ นิสสัน พัลซาร์ คันนี้ยังมีระบบ Pure Drive Technology เทคโนโลยีอากาศสะอาด ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงาน

ABS (Anti – lock Braking System)

ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brake Force Distribution)

ระบบเสริมแรงเบรค BA (Brake Assist)

          ด้านความปลอดภัยก็มาพร้อมกับถุงลมคู่หน้า SRS เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด และยังมีระบบป้องกันเด็กเปิดประตูหลังจากภายในรถ ทำให้ผู้ที่มีเด็กเล็กหายกังวลกับจุดนี้ไปได้เลย พัลซาร์ ยังมีการดีไซน์โครงสร้างให้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ เพื่อรองรับและลดการกระแทกจากอุบัติเหตุด้วยโครงสร้าง ZONE BODY CONCEPT ระบบเบรกก็อุ่นใจได้ nissan pulsa มาพร้อมระบบเบรก

NISSAN PULSAR มาพร้อมสีให้เลือก 6 สี

NISSAN PULSAR สีขาว

NISSAN PULSAR สีดำ

NISSAN PULSAR สีแดง

NISSAN PULSAR สีเงิน

NISSAN PULSAR สีเทา

NISSAN PULSAR สีทอง

ราคา NISSAN PULSAR มีราคาดังต่อไปนี้

  • ราคา NISSAN PULSAR นิสสัน พัลซาร์ 1.6 S ราคา 781,000
  • ราคา NISSAN PULSAR นิสสัน พัลซาร์ 1.6 V ราคา 844,000
  • ราคา NISSAN PULSAR นิสสัน พัลซาร์ 1.6 SV ราคา 877,500
  • ราคา NISSAN PULSAR นิสสัน พัลซาร์ 1.8L V ราคา 930,000
  • ราคา NISSAN PULSAR นิสสัน พัลซาร์ 1.8L V Sunroof Navi ราคา 981,000

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

NISSAN LIVINA 2014 ที่มาพร้อมความปราดเปรียว

          NISSAN LIVINA 2014 รถอเนกประสงค์ตัวใหม่ที่จะให้คุณได้เตรียมความพร้อม สำหรับทุกบทบาทของชีวิต ท่ีจะเต็มไปด้วยความผูกพัน

ภายนอก NISSAN LIVINA 2014

          นิสสัน ลิวิน่า มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูปราดเปรียวตามแบบฉบับของรถค่ายนิสสัน โดยตกแต่งให้กระจังหน้าเป็นแบบ V Shape ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนิสสัน โดยผสมผสานกับกันชนหน้าสีเงินเมทัลลิก ที่ออกแบบมาพิเศษ พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า

ด้านหลังยังมีสปอยเลอร์หลังคาทีี่ดีไซน์ให้ออกมาในรูปทรงที่ดูปราดเปรียว โดยรวมเลยทำให้นิสสัน ลิวิน่า ตัวนี้ดูโดดเด่นในทุกการขับขี่

 กระจังหน้าดีไซน์แบบ V Shape ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน   

 ไฟหน้าดีไซน์โฉบเฉี่ยว ที่มาพร้อมความสว่างในทุกสถานการณ์   

กันชนหน้าพร้อมการ์ดกันกระแทกด้านล่าง ที่ออกแบบมาพิเศษ และเพิ่มความสวยงามด้วยสีเมทัลลิก  ซึ่งพร้อมจะเผชิญกับทุกสภาพถนน และทุกสถานการณ์    

สปอยเลอร์หลังคา ทีมีการดีไซน์แบบสปอร์ต ดูโดดเด่นในทุกที่   

ไฟท้ายที่ถูกดีไซน์มาให้ดูล้ำสมัย แต่ก็ยังคงไว้วึ่งความปลอดภัย   

การ์ดกันกระแทกด้านข้าง ที่ให้ความหรูหราด้วยสีเมทัลลิก   

กันชนหลังที่มีการออกแบบมาให้มีความแข็งแกร่ง ผสมผสานกับสีเมทัลลิกที่ให้ความหรูหรา   

 ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต 

ภายในห้องโดยสาร NISSAN LIVINA 2014

          ภายในมีการตกแต่งที่ใหม่ไม่เหมือนตัวไหนของนิสสัน เริ่มจากเรือนไมล์เรืองแสงแบบ Fine Vision Meter ที่ทำให้การมองเห็นเป็นไปอย่างง่ายดาย มาพร้อมกับ Multi – Information Display ที่จะคอยแจ้งเตือนข้อมูลพื้นฐานของรถ

และจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของ ลิวิน่า กับห้องโดยสารที่มีความกว้างเป็นพิเศษ จึงทำให้การนั่งรถนานๆ กลายเป็นความผ่อนคลายไปเลยทีเดียว

ภายใน

ห้องโดยสาร

ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารที่นั่งด้านหลัง เพื่อกระจายความเย็นให้ทั่วทั้งคัน    

ช่องเก็บของคอนโซลด้านหน้า ที่มีเนื้อที่การเก็บของมากขึ้น และยังสามารถใช้งานได้อย่าง่ายดาย    

ช่องใส่แว่นตา และที่วางแก้วน้ำด้านหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดายสารด้านหน้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติที่เพิ่มความหรูหราด้วยโครเมี่ยม     

ที่วางแก้วน้ำด้านหลัง เพื่อความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่ไม่ต้องถือแก้วตลอดการเดินทาง   

ฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ของ นิสสัน ลิวิน่า          ฟังก์ชั่นของลิวิน่ายังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่น DVD ที่มีหน้าจอ Touch Screen ขนาด 6.1 นิ้ว และยังสะดวกด้วยช่องต่อ USB และ Aux-in เบาะหลังแยกพับได้ถึง 100% และที่ใหม่ที่สุดก็จะเป็น Roof Rail ราวหลังคาสีเงินเมทัลลิก ที่สามารถตอบรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ 

เครื่องเล่น DVD มาพร้อมหน้าจอ Touch Screen ขนาด 16 นิ้ว ซึ่งสามารถรองรับ USB และ Aux-in ได้ด้วย ส่วนด้านบนยังมีการติดตั้งช่องแอร์ เพื่อกระจายความเย็นให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร    

เบาะหลังแยกพับ 100% สำหรับเก็บสัมภาระอเนกประสงค์ ด้วยความจุถึง 769 ลิตร รองรับการใช้งานอย่างเต็มที่    

เบาะหลังแยกพับแบบ 60:40     

Roof Rail ราวหลังคาสีเงินเมทัลลิก ที่สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ ตามความต้องการของคุณ   เทคโนโลยีอัจฉริยะ ด้านเครื่องยนต์ และพลังงาน           ด้านเครื่องยนต์เป็นแบบ HR16DE ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มาพร้อมกับระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) 

ผสมผสานกับระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC (Twin Continuously Variable-valve Timing Control System) ทำให้ได้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมันไปพร้อมกัน เรื่องระบบเกียร์เป็นระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ (XTRONIC CVT) ซึ่งช่วยให้แรงบิดสูงในช่วงต้น และยังรักษารอบเครื่องยนต์ให้วิ่งได้อย่างต่อเนื่อง    

เครื่องยนต์ HR16DE ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว

ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ(XTRONIC CVT) ที่ช่วยทั้งด้านความเร็ว อัตราการเร่ง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ และยังช่วยประหยัดน้ำมัน    

ระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) จะช่วยให้เครื่องยนต์เผาไหม้เชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น และยังประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย    

Twin C-VTC (Twin Continuously Variable-valve Timing Control System) จะทำหน้าที่ควบคุมการเปิด-ปิด ของวาล์วไอดี และไอเสีย ให้มีความสัมพันธ์กัน    

Aerodynamic Design ที่มีการออกแบบตามหลักอากาศผลศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้รถมีความลู่ลม คล่องตัว และลดแรงเสียดทาน    

ระบบความปลอดภัยของ นิสสัน ลิวิน่า         

          เรื่องความปลอดภัยก็มั่นใจได้ เพราะมีถุงลม SRS คู่หน้า ติดมาให้กับรถ และยังมีโครงสร้าง ZONE BODY CONCEPT ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสัน โดยดีไซน์โครงสร้างให้แกร่งเป็นพิเศษ เพื่อรองรับและลดการกระแทกจากอุบัติเหตุ ด้านระบบเบรก ลิวิน่าตัวนี้มีทั้ง

ถุงลมคู่หน้า SRS (Dual SRS Airbags) ที่จะทำงานตัวอัตโนมัติกรณีเกิดแรงปะทะจากด้านหน้า เพื่อลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ     

โครงสร้าง ZONE BODY CONCEPT ซึ่งเอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสัน ที่มีความแข็งแกร่งทนทาน รองรับการกระแทก และปกป้องผู้โดยสารให้ปลอดภัย     

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท และระบบช่วงล่าง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม ที่จะลดการสั่นสะเทือน และช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล       

ระบบเบรค ABS (Anti – lock Braking System) ที่จะช่วยป้องกันล้อล็อค  

ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brake Force Distribution) จะช่วยลดระยะเบรคให้สั้นลง     

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts) ซึ่งจะช่วยดึงลำตัวของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารให้แนบกับพนักพิงทันทีที่เกิดการชน     

ระบบ Immobilizer ระบบที่จะช่วยให้ท่านปลอดภัยจากการโจรกรรม เนื่องจากต้องใช้กุญแจอัจฉริยะ ที่มีรหัสตรงกันเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงาน     

Speed Sensing Auto Door Lock ประตูล็อคอัตโนมัติ เมื่อรถเคลื่อตัวด้วยดความเร็วที่เกิน 10 กม./ชม. และจะปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อดับเครื่อง   

นิสสัน ลิวิน่า มีสีให้เลือก 5 สี

NISSAN LIVINA สีขาว

NISSAN LIVINA สีดำ

NISSAN LIVINA สีแดง

NISSAN LIVINA สีเงิน

NISSAN LIVINA สีเทา

อุปกรณ์มาตรฐาน NISSAN LIVINA

ความยาว x ความกว้าง x ความสูง : 4,310 x 1,735 x 1,635

นิสสัน ลิวิน่า รุ่น 1.6E MTอุปกรณ์ภายนอก

  • กระจังหน้า แบบโครเมียม
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ แบบปรับด้วยระบบไฟฟ้า
  • กันชนสีเดียวกับตัวรถ หน้า -หลัง พร้อมการ์ดกันกระแทกสีเงินเมทัลลิก
  • การ์ดกันกระแทกด้านข้าง สีเงินเมทัลลิก
  • ไฟหน้า ฮาโลเจน
  • ไฟท้าย มัลติรีเฟลกเตอร์
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • มือจับประตูด้านนอก สีดำ
  • ที่ปัดน้ำฝน หน้า แบบตั้งหน่วงเวลา
  • ที่ปัดน้ำฝน หลัง แบบหน่วงเวลา
  • ราวหลังคา
  • แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • สัญลักษณ์ PURE DRIVE ด้านท้ายรถ
  • ขนาดยาง 185/65 R15
  • ขนาดล้อ ล้ออัลลอย 15 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน

  • พวงมาลัยยูรีเทนตกแต่งด้วยสีเงิน
  • พวงมาลัยปรับสูง – ต่ำได้
  • สีภายใน สีดำ
  • วัสดุหุ้มเบาะ ผ้า/สีดำ
  • มาตรวัดแบบเรืองแสง
  • จอ Multi-Information Display อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะทางที่ขับขี่ น้ำมันที่เหลือ นาฬิกา
  • เบาะนั่ง คนขับและผู้โดยสาร ปรับ 4 ทิศทาง (เลื่อนหน้า หลัง และ ปรับเอน)
  • เบาะนั่ง ผู้โดยสารด้านหลัง แยกพับ 60:40
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ
  • ช่องเก็บของด้านหน้า
  • ช่องเก็บของด้านหลังเบาะคู่หน้า
  • ไฟห้องโดยสาร
  • ไฟห้องสัมภาระท้าย
  • สัญญาณเตือนเปิดไฟหน้าค้างไว้
  • สัญญาณเตือนลืมกุญแจ
  • ที่วางแก้ว ขวดน้ำ 4 ตำแหน่ง
  • ไฟสัญญาณเตือนปิดประตูไม่สนิท
  • ที่วางแก้ว ขวดน้ำ 4 ตำแหน่ง
  • กุญแจรีโมทประตู

ระบบเครื่องเสียง

  • ระบบเครื่องเสียง 2DIN AM / FM 1 CD MP3/WMA พร้อมช่องต่อ USB และ Aux-in สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ลำโพง 2 ตัว
  • เสาอากาศ แบบเสายาว

ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมคู่หน้า SRS
  • เข็มขัดนิรภัย คนขับและผู้โดยสาร ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัย ผู้โดยสารด้านหลัง ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง + 2 จุด 1 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
  • ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
  • ระบบเบรกกันล้อล็อค ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบเซ็นทรัลล็อค
  • ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
  • ประตูหลังมีระบบป้องกันเด็กเปิดจากภายในรถ
  • ระบบสัญญาณกันขโมย

นิสสัน ลิวิน่า รุ่น 1.6E CVT

  • – เกียร์อัตโนมัติ
  • – สัญลักษณ์ PURE DRIVE XTRONIC CVT ด้านท้ายรถ

นิสสัน ลิวิน่า รุ่น 1.6V CVT

  • การ์ดกันกระแทกด้านข้าง
  • วัสดุหุ้มเบาะ หุ้มด้วยหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
  • ช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง
  • ระบบเครื่องเสียง DVD วิทยุ MP3/จอภาพ Touch Screen ขนาด 6.1 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ Aux-in สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ลำโพง 4 ตัว
  • ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth
  • แผงกั้นห้องสัมภาระท้าย
  • ที่วางแก้ว/ขวดน้ำ 3 ตำแหน่ง
  • กุญแจอัจฉริยะ Intelligent Key
  • ขนาดยาง 195/55 R16
  • ขนาดล้อ ล้ออัลลอย 16 นิ้ว

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

ISUZU MU-X 2014 สง่างามโดดเด่น ให้อารมณ์สปอร์ต

  ISUZU MU-X 2014 รถยนต์อเนกประสงค์ระดับหรู สง่างามโดดเด่น ให้อารมณ์สปอร์ต พิถีพิถันทุกรายละเอียด ภายในหรูหราสะดวกสบาย

แต่แฝงไว้ซึ่งสมรรถนะที่เร้าใจ มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้สมกับคำว่า MU ที่ย่อมาจาก MYSTERIOUS UTILITY (ความอเนกประสงค์ที่คาดไม่ถึง) และ X คือการมีชีวิตเหนือระดับที่ ไร้ขีดจำกัด

ภายนอก

          ISUZU MU-X 2014 สวยงาม โฉบเฉี่ยวเหนือระดับ มีเส้นสายดีไซน์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ PROJECTOR ให้อารมณ์สปอร์ต

หรูหรากับกระจังหน้าแบบ3-DIMENSION สะกดทุกสารตาด้วยล้ออัลลอย์ขนาด 17 นิ้ว ด้านท้ายลงตัวด้วยไฟท้ายแบบ ARC-DIMENSION ทำให้ Mu-X โดดเด่นทุกมุมมอง 

ภายใน

          ISUZU MU – X ถูกออกแบบมาจากแนวคิด “PRIMIUM & EXCLUSIVE” ที่แสดงถึงความหรูหราในสไตล์ยุโรป โอ่อ่าหรูหราน่าหลงใหล ทุกรายละเอียดถูกคัดสรรด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม ภายในเลือกใช้สีแบบทูโทนตัดกันอย่างลงตัว 

เบาะนั่งภูมิฐานนุ่มสบาย สุนทรีย์เหนือระดับด้วย ISUZU MEDIA SOLUTIONS หน้าจอ LCD แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่น DVD เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณประทับใจไม่รู้ลืม

เครื่องยนต์
         
 เครื่องยนต์ ISUZU Ddi 2.5 VGS Turbo 136 แรงม้า และ ISUZU Ddi 3.0 VGS Turbo ขุมพลัง 177 แรงม้า สุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ISUZU Ddi SUPER COMMONRAIL มาตรฐานยูโร 4 เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มีการตอบสนองดีเยี่ยม ติดตั้ง VGS TURBO ที่ถูกพัฒนาแบบ ZERO GAP มีการตอบสนองดีขึ้นทั้งในรอบต่ำ และรอบสูง ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ออโตเมติก 5 สปีด แบบ REV TRONIC รวดเร็วฉับไว ขับสนุกเร้าใจ 

เครื่องยนต์ ISUZU Ddi SUPER COMMONRAIL มาตรฐานยูโร 4 

ช่วงล่าง

         อีซูซุ มิวเอ็กซ์ เหนือกว่าด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART – TIME 4 WD พร้อมสวิตซ์ควบคุม TERRAIN COMMAND ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ทำงานกับคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ พร้อมโช็กอัพแก๊ส

ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 LINK SUSPENSION พร้อม STABILIZER BAR ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัว การยึดเกาะถนน นุ่มนวล และควบคุมได้อย่างมั่นใจ

ช่วงล่างแบบ 5 LINK SUSPENSION 

ระบบความปลอดภัย

 ISUZU MU – X มาพร้อมระบบความปลอดภัยสมบูรณ์แบบ ที่คุณจะมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง 

– ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน แบบ SUPER DAYLIGHT

– ดิสก์เบรกขนาดใหญ่ แบบมีครีบระบายความร้อนถึง 4 ล้อ

– ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS)

– Dual G-sensor ช่วยควบคุมการทำงานของเบรกให้เต็มประสิทธิภาพ

– ระบบกระจายแรงเบรกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)

– ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESC)

– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS)

– Rear View Camera กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอดแบบ BUILT – IN

มั่นใจในทุกระบบความปลอดภัย

ความปลอดภัย

– โครงสร้างห้องโดยสารแบบพิเสษเสริมด้วยเหล็กกล้า HIGHT TENSILE STRENGTH STEEL

– คานเหล็กกันกระแทกด้านข้าง SIDE DOOR BEAM 

– ถุงลมนิรภัยแบบ Dual SRS Air Bag

อีซูซุ มิวเอ็กซ์ มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี

ISUZU MU-X สีน้ำตาลสแปนิช

ISUZU MU-X สีบรอนซ์ฟ้านอร์วีเจียน

ISUZU MU-X สีบรอนซ์เงินอาร์กติก

ISUZU MU-X สีดำออสเตรเลียนโคล

ISUZU MU-X สีขาวมุกเอเวอเรสต์

ราคา ISUZU MU-X ใหม่

ราคา อีซูซุ มิวเอ็กซ์  รุ่น 2.5 2WD CD ราคา 1,014,000 บาท
ราคา อีซูซุ มิวเอ็กซ์  รุ่น 2.5 2WD DVD ราคา 1,189,000 บาท
ราคา อีซูซุ มิวเอ็กซ์  รุ่น 3.0 2WD DVD NAVI ราคา 1,289,000 บาท
ราคา อีซูซุ มิวเอ็กซ์  รุ่น 3.0 4WD DVD NAVI ราคา 1,401,000 บาท

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่าย อีซูซุ ทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

Honda Accord Hybrid 2014 มาพร้อมยอดยนตรกรรมที่ล้ำสมัย

          Honda Accord Hybrid 2014 (ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด) มาพร้อมยอดยนตรกรรมที่ล้ำสมัย ผสมผสานกับสมรรถนะการขับขี่ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม จากระบบ Advanced Full Hybrid ที่ล้ำสมัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบ Sport Hybrid i-MMD (Intelligent Multi-Mode Drive) ที่ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว รวมถึงเกียร์ E-CVT ที่ให้ความนุ่มนวล อีกทั้งยังเสริมด้วยชุดล็อกอัพคลัทซ์ และแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ทั้งนี้ Honda Accord Hybrid ยังได้มีการดีไซน์ตัวรถให้มีรูปโฉมที่หรูหรา สง่างาม

และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ก็ยังเน้นในเรื่องระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งจะพาคุณไปสู่โลกใหม่แห่งนวัตกรรมของการขับเคลื่อน และสู่ที่สุดของเทคโนโลยีไฮบริด ที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นไปได้

รูปลักษณ์ภายนอก Honda Accord Hybrid 2014

  ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ได้ออกแบบให้มีความหรูหรา และสง่างาม ด้วยตัวถังขนาดใหญ่ดูภูมิฐาน มาพร้อมไฟหน้า LED และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน รับกับกระจังหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Hybrid ด้านหลังได้เสริมความโดดเด่นด้วยไฟท้ายรูปทรงเรียบหรู เพิ่มความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยรมดำขนาด 18 นิ้ว

และเสาอากาศแบบครีบฉลาม ทำให้ Honda Accord Hybrid คันนี้เต็มไปด้วยความหรูหราที่สวยงาม อีกทั้งยังโดดเด่นสะดุดตาผู้ที่พบเห็น จนไม่อาจละสายตาได้ 

สวยงามหรูหรา และสง่างาม

รูปลักษณ์ภายใน

          Honda Accord Hybrid มาพร้อมความหรูหรา สะดวกสบายเหนือระดับ กับขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวาง ลงตัวกับคอนโซลลายไม้สุดหรู เสริมด้วยเบาะหนังนุ่มสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยฟังก์ชั่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 7.5 นิ้วแบบ Advance Touch

 ที่สุดแห่งสุนทรีย์ภาพในการเดินทาง รวมถึงระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย และข้อมูลรถยนต์ผ่านปุ่มควบคุมแบบ Interface Dial อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายที่มากขึ้นด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ซึ่งสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ง่ายมากขึ้น 

INTERFACE DIALเรือนไมล์เรืองแสงระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสHDMI รองรับการเชื่อมต่อภาพเทคโนโลยี i-MID

AUDIO DISPLAY แสดงผลในโหมดเครื่องเสียง พร้อมภาพปก ชื่อศิลปิน และชื่อเพลงSETTING MENU DISPLAY FUEL CONSUMPTION DISPLAY แสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เชื้อเพลิงHAND FREE TELEPHONE แสดงผลการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้านเครื่องยนต์ เทคโนโลยีในแบบระบบ Sport Hybrid i-MMD เป็นการผสมผสานการทำงานของเครื่องยนต์ DOHC i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 165 นิวตัน-เมตร ที่มีระบบเผาไหม้สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ให้แรงบิดสูงสุดถึง 307 นิวตัน-เมตร

โดยจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รวมถึงจะมีการชาร์จไฟกลับในขณะที่ลดความเร็วลง ผสมผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ เจเนอเรเตอร์ (Generator) ที่มีทำหน้าที่ผลิตพลังงาน ไฟฟ้า จากเครื่องยนต์ส่งต่อให้มอเตอร์ขับเคลื่อน โดยจะมี PCU ที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ทั้ง 2 ตัว เพื่อให้พลังงานในการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเสริมความนุ่มนวล และความประหยัดด้วยเกียร์ E-CVT ต่อด้วยชุดล็อกอัพคลัทซ์ และแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ที่มีความจุไฟฟ้า 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการชาร์จ และจ่ายกระแสไฟได้ดีกว่า จึงให้สมรรถนะที่สูงในโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถขับขี่ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน   DOHC i-VTEC ขนาด2.0 ลิตร143 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวแบตเตอรี่ไฮบริดแบบลิเธียม-ไอออน ระบบ Sport Hybrid i-MMD

EV Drive Mode (โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า)

          ซึ่งระบบนี้จะเป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ แต่ในขณะที่ทำการลดความเร็วของรถลง จะทำการเปลี่ยนกำลังที่ได้จากแรงเฉื่อยในการลดความเร็ว ที่เกิดขึ้นให้กลับไปอยู่ในรูปพลังงานไฟฟ้า และชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ 

Hybrid Drive Mode (โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด)

          เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสมผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดที่สูงสุดอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเร่งที่ยอดเยี่ยม แต่ในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดการทำงาน และชาร์จไฟกลับอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องการความเร็ว

Engine Drive Mode (โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์)

          พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อก อัพคลัทช์ ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับ เครื่องยนต์และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อ โดยตรง ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูง และแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงแบบคงที่ความปลอดภัย          ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Collision Mitigation Brake System (CMBS) ที่จะทำหน้าที่เตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์ ทำงานร่วมกับระบบช่วยเบรค เพราะเมื่อขับไปใกล้รถคันหน้ามากไป

ระบบจะทำการเตือน แต่หากอยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะทำการเบรคเพื่อลดความรุนแรงในการชน รวมถึงระบบ Honda Lane Watch ที่จะช่วยแสดงภาพมุมอับของสายตาในขณะเปลี่ยนเลน ซึ่งจะใช้กล้องในการจับภาพ และแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว และระบบ Multi-Angle Rearview Camera ที่จะช่วยแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ซึ่งสามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ และยังสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน เพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์  

ระบบ Collision Mitigation Brake System (CMBS)

ระบบHonda Lane Watch

ระบบ Daytime Running Light (DRL)  

ระบบ Active Cornering Light (ACL)  

ระบบMulti-Angle Rearview Camera          Honda Accord Hybrid ยังมาพร้อมโครงสร้างนิรภัย G-CON ที่สุดแข็งแกร่ง เสริมความปลอดภัยด้วยถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags รวม 6 จุด รวมถึงระบบ Vehicle Stability Assist (VSA) 

หรือระบบควบคุมการทรงตัวเพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน กับระบบ AVAS หรือระบบที่ช่วยเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดไฟฟ้า ซึ่งจะทำหน้าที่เตือนให้ผู้ที่อยู่ภายนอกรถทราบว่ามีรถเคลื่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ต่อด้วยระบบ Emergency Stop Signal (ESS) ที่จะแสดงสัญญาณไฟฉุกเฉินขณะทำการเบรคกะทันหันโดยอัตโนมัติ  

Airbagsระบบ Vehicle Stability Assist (VSA)โครงสร้างนิรภัย G-CONระบบ AVAS ระบบ Hill Start Assist (HSA)ระบบ Emergency Stop Signal (ESS)

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด มีให้เลือก 4 สี

Honda Accord Hybrid สีดำคริสตัล (มุก)

Honda Accord Hybrid สีเทา

Honda Accord Hybrid สีเงิน

Honda Accord Hybrid สีขาว

ราคา Honda Accord Hybrid มีดังต่อไปนี้

  • ราคา Honda Accord Hybrid ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่น 2.0 ราคา 1,659,000 บาท
  • ราคา Honda Accord Hybrid ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รุ่น เทค 2.0 ราคา 1,899,000 บาท

สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท, สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โชว์รูมและตัวแทนจำหน่าย ฮอนด้า ทั่วประเทศ

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com

Honda City 2014-2015 ด้วยการออกแบบที่มีความสปอร์ต

           Honda City 2014-2015 (ฮอนด้า ซิตี้) อีกขั้นแห่งยนตรกรรมที่ให้คุณสัมผัสความเป็นที่สุดในทุกด้าน ด้วยดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่นรอบคัน ตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย รวมถึงห้องโดยสารที่ออกแบบมาให้มีความกว้างขวางเหนือระดับ

มาพร้อมเครื่องยนต์ i-VTECที่ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT ซึ่งให้การตอบสนองที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงานน้ำมันเป็นเลิศ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้เป็นรถที่คู่ควรแก่การขับขี่ในยุคปัจจุบัน

รูปลักษณ์ภายนอก        Honda City 2014-2015  

 Honda City มากับดีไซน์ที่เหนือระดับ ด้วยการออกแบบที่มีความสปอร์ต และตัวถังที่มีความปราดเปรียว เสริมความหรูหราด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบแพลทินัม ที่ลงตัวกับไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ที่เรียวยาว 

เพิ่มความเท่ด้วยเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ด้านท้ายรถได้มาพร้อมไฟท้ายรูปทรงโฉบเฉี่ยว ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Honda City มีความโดดเด่น และสะดุดสายตาจากผู้ที่พบเห็น  

ลงตัวทุกมุมมองในความสปอร์ต

ท้ายรถดีไซน์สวยงาม

เสาอากาศแบบครีบฉลาม เพิ่มความเท่ที่สวยงาม

 ไฟท้ายโฉบเฉี่ยว

รูปลักษณ์ภายใน

           ฮอนด้า ซิตี้ ได้ออกแบบภายในให้มีความกว้างขวาง เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในทุกอิริยาบถ บวกกับพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และยังได้ติดตั้งเบาะนั่งด้านหลัง ที่สามารถปรับให้เอนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ ฮอนด้า ซิตี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch ที่ทำงานร่วมกับลำโพง 8 ตำแหน่งทั่วรถ อีกทั้งยังมีระบบเชื่อมต่อออนไลน์ และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณมีแต่ความสุข และประสบการณ์ที่ดี

ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

ห้องโดยสารกว้างขวาง

เบาะหลังกว้างขวาง

ห้องเก็บสัมภาระท้ายขนาดความจุ 536 ลิตร

เพิ่มพื้นที่เก็บของการการพับเบาะนั่งด้านหลังแบบ 60:40 

ที่วางแก้วบริเวณเบาะหลัง

ที่วางของข้างประตู

ที่วางแก้วหน้ารถ

ลำโพง 8 ตำแหน่งทั่วรถ

เรือนไมล์แบบเรืองแสง

ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

ช่องจ่ายไฟสำรองบริเวณด้านหลัง

ช่องเชื่อมต่อ USB

เครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch 

เชื่อมต่อโลกออนไลน์ 

Application จากทาง Honda

เชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย

แสดงผลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน

ระบบนำทางเนวิเกเตอร์

ด้านเครื่องยนต์

  Honda city ได้มาพร้อมความเหนือระดับ ด้วยเทคโนโลยีความล้ำหน้าของเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร ให้หกำลังสูงสุด 117 แรงม้า ทำงานควบคู่กับเกียร์ CVT ที่ตอบสนองความต้องการได้ดั่งใจ เสริมความไฮเทคด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด โดย Honda city สามารถรองรับพลังงานทางเลือกอย่าง E85 ได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีระบบที่ช่วยในการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ECO Assist ซึ่งจะทำให้การใช้เชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

เครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า 

ระบบเกียร์ CVT มาพร้อมเทคโนโลยี Earth Dreams Technology

สามารถเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัยได้

รองรับพลังงานทางเลือกอย่าง E85

ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง หรือ ECON MODE

ระบบช่วยแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เชื้อเพลิงอย่างรู้คุณค่า หรือECO Coaching 

ความปลอดภัย

ปลอดภัยทุกเส้นทางกับมาตราฐานความปลอดภัยที่ครบครันจาก ฮอนด้า ซิตี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบถุงลมนิรภัย Dual SRS 6 ตำแหน่ง เสริมด้วยระบบเบรค ABS ที่ทำงานร่วมกับระบบกระจายแรงเบรค EBD  รวมถึงได้ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว VSA ที่จะช่วยให้การเข้าโค้งเป็นเรื่องที่ง่าย และปลอดภัย ต่อด้วยระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA ที่จะทำให้คุณหายห่วงเรื่องรถไหลได้อย่างสนิทใจ เพิ่มความปลอดภัยขณะถอยหลังด้วยกล้องส่องด้านหลัง อีกทั้งยังมาพร้อมกับโครงสร้างนิรภัย G-CON ที่มีความแข็งแกร่ง รองรับการชนรอบทิศทาง ปิดท้ายด้วยสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรคกะทันหัน ESS จึงมั่นใจได้ว่า Honda City จะปกป้องคุณจากทุกการเดินทางได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ที่คับขันแบบไหน

ระบบถุงลมคู่หน้า Dual SRS ด้านข้างคู่หน้า i-Side Airbags และด้านข้าง Side Curtain Airbags 

จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก 

ระบบ Vehicle Stability Assist (VSA) ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง 

โครงสร้างแบบ G-CON ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง

 ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน หรือHill Start Assist (HSA)   

 ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS ทำงานพร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD

 ไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรคกะทันหัน Emergency Stop Signal (ESS)

กล่องส่องภาพด้านหลัง

สามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ

Honda City มีให้เลือก 7 สี

ฮอนด้า ซิตี้ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

ฮอนด้า ซิตี้ สีแดงคาร์เนเลียน (มุก)

ฮอนด้า ซิตี้ สีดำคริสตัล (มุก)

ฮอนด้า ซิตี้ สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก)

ฮอนด้า ซิตี้ สีขาวทาฟเฟต้า

ฮอนด้า ซิตี้ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) ใหม่

ฮอนด้า ซิตี้ สีน้ำตาลโกลเด้น (เมทัลลิก) ใหม่

อุปกรณ์พื้นฐานHonda City

Honda City รุ่น S MT  559,000
ภายนอก

  • ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ สีดำ
  • กระจังหน้า สีเทา*
  •  ระบบปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลา
  • เสาอากาศ แบบสั้น
  • ไล่ฝ้ากระจกหน้า-หลัง
  • ล้อ + ฝาครอบล้อ 15 นิ้ว
  • คิ้วฝากระโปรงท้าย สีเทา*
  • มือจับประตูด้านนอก สีเดียวกับตัวรถ

ภายใน

  • ภายในสีเบจ
  • เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • ระบบปรับอากาศ
  • กุญแจรีโมทพร้อมสวิตซ์เปิดฝากระโปรงท้าย
  • พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • เรือนไมล์เรืองแสงสีส้ม
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด ด้านคนขับ
  • ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
  • ราวมือจับ 1 ตำแหน่ง
  • ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
  • ระบบเซ็นทรัลล็อค
  • ช่องจ่ายไฟสำรองด้านหน้า 1 ตำแหน่ง
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • กระจกมองหลังแบบตัดแสง
  • ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับพร้อมเสียงเตือน
  • ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ECO Indicator

ระบบเครื่องเสียง

  • ช่องเชื่อมต่อ USB
  • ช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ลำโพง 4 ตัว
  • เครื่องเสียงโมดูล วิทยุ ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรคกะทันหัน (ESS)
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก
  • กุญแจ Wave Key
  • ไฟเบรคดวงที่ 3
  • ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
  • ระบบป้องกันล้อล็อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรค EBD
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSA

Honda City รุ่น S AT  589,000

  • ปุ่ม ECON
  • เกียร์อัตโนมัติ

Honda City รุ่น V AT  649,000

  • ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ แบบโครเมียม
  • กระจังหน้า แบบโครเมียม
  • คิ้วฝากระโปรงท้าย แบบโครเมียม
  • ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด ด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
  • ราวมือจับ 3 ตำแหน่ง
  • ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
  • ระบบเซ็นทรัลล็อค พร้อมสวิตช์ควบคุมตำแหน่งคนขับ
  • วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black
  • มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ
  • มาตรวัดเรืองแสงสีฟ้า พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID
  • ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ECO Coaching

Honda City รุ่น V+ AT  689,000

  • มือจับประตูด้านนอก โครเมียม
  • รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
  • รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
  • ช่องเชื่อม HDMI
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
  • เสาอากาศ แบบครีบฉลาม
  • ไล่ฝ้ากระจกหน้า-หลัง พร้อมไล่ฝ้ากระจกข้าง
  • ระบบปรับอากาศ อัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch
  • สวิตช์ควบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์พวงมาลัย

Honda City รุ่น SV AT  734,000

  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
  • ภายในสีดำ
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย 7 สปีด (7 -speed Paddle Shift)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
  • เบาะนั่งด้านหลังปรับพับ 60 : 40
  • พนักพิงศรีษะด้านหลัง 3 ตำแหน่งพร้อมปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • ช่องจ่ายไฟสำรองด้านหน้า 1 ตำแหน่ง พร้อมช่องจ่ายไฟสำรองสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ลำโพง 8 ตัว
  • กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า
  • พนักเท้าแขนด้านหน้า

Honda City รุ่น SV+ AT  749,000

  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ
  • ม่านถุงลมด้านข้าง
  • ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง
  • ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเสียงเตือน

ที่มา car.boxzaracing.com

อ่านต่อ majles8.com