KTM 690 SMC R 2019 Supermoto หนึ่งเดียวจาก KTM

-1

KTM 690 SMC R จักรยานยนต์สไตล์ Supermoto ที่คล่องตัวในเน้นการขับขี่แม้ในทางเรียบ การออกแบบตัวถังใหม่ด้วยเครื่องยนต์ 690 LC4 มาพร้อมระบบเครื่องยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการปรับปรุงใหม่ สามารถขับขี่ทางชันและสนามแข่งได้อย่างคล่องตัว มอเตอร์ไซค์ที่ควบคุมได้ง่ายด้วยการยกระดับด้วยโช้ค WP APEX Suspension สามารถขับเคลื่อนไปอย่างปลอดภัย เร้าใจไปกับการขับขี่ที่แตกต่าง ด้วยรูปทรงรถจักรยานยนต์เอ็นดูโร่ขนาดกระทัดรัดเหมาะกับการขับขี่ได้ทุกเส้นทางเพิ่มึวามมันส์ในการขับขี่ที่คุณต้องลอง เคทีเอ็ม 690 เอสเอมซี อาร์ 2019 มอเตอร์ไซค์สไตล์ใหม่ที่คุณต้องลอง

ORANGE

KTM 690 SMC R

เครื่องยนต์ : เป็นแบบ 4 จังหวะ สูบเดียว 4 วาล์ว

ปริมาตรเครื่องยนต์ : 690 ซีซี.

กระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ : 105 x 80 มม.

ระบบจ่ายเชื้อเพลิง : ด้วยหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ KEIHIN EFI

เรือนลิ้นเร่ง : ขนาด 50 มม.

ชุดคลัทช์ : มาพร้อมระบบช่วยผ่อนแรง PASC

ระบบเกียร์ : ธรรมดา 6 สปีด

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ : ไฟฟ้า

ขับเคลื่อนด้วย : โซ่/สเตอร์

ให้กำลังสูงสุด : 74 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด : 73.5 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที

โครงสร้างตัวรถ : เฟรมจะเป็นแบบ Tubular Space Frame ด้วยวัสดุ Chrome-moly Steel Trellis ให้ความแข็งแรงน้ำหนักเบารับแรงบิดได้สูง

ชิ้นงานบอดี้พาร์ท
– การ์ดแกนช็อคอับหน้า
– บังโคลนหน้า
– การ์ดแฮนด์
– หน้ากากพร้อมไฟหน้า
– ปีกหม้อน้ำ
– การ์ดรังผึ้ง
– ถังน้ำมันที่ติดตั้งด้านท้าย
– เบาะนั่ง
– บอร์ดี้พาร์ทด้านหลัง
– บังโคลนหลัง
– แผ่นป้ายทะเบียนพร้อมไฟท้ายแบบ LED
– การ์ดสเตอร์หน้า
– การ์ดบังโซ่
– ตัวดันโซ่หน้าสเตอร์หลัง

มิติตัวรถ
– ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 238 มม.
– ระยะห่างฐานล้อ 1,470 มม.
– ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 890 มม.
– ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 13.5 ลิตร
– น้ำหนักรถ 157 กิโลกรัม

ระบบกันสะเทือน
– หน้า เป็นช็อคอับเทเลสโคปิคหัวกลับ WP USD APEX ขนาด 48 มม. ปรับตั้งได้เต็มที่ ระยะยุบตัว 215 มม.
– หลัง เป็นช็อคอับเดี่ยวพร้อมซับแท้งค์จาก WP ระยะการทำงาน 240 มม.

ระบบเบรก
– หน้า เป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ BREMBO สั่งงานด้วยไฮดรอลิค
– หลัง เป็นดิสก์เบรกขนาด 240 มม. คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ BREMBO ใช้ปั๊มไฮดรอลิคแบบกระทุ้งทำหน้าที่สั่งงาน พร้อมระบบ ABS จาก BOSCH 9.1 M

วงล้อ/ยาง
– ล้อหน้า เป็นอะลูมิเนียมซี่ลวดขนาด 3.50 x 17 สวมยาง BRIDGESTONE Battlax Hypersport S21 ขนาด 120/70-17
– ล้อหลัง เป็นอะลูมิเนียมซี่ลวดขนาด 5.00 x 17 สวมยาง BRIDGESTONE Battlax Hypersport S21 ขนาด 160/60-17

KTM 690 SMC R 2019 ปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีความแรงมากยิ่งขึ้น และปรับแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ให้ลดลง ให้ความเสถียรยิ่งขึ้น ปรับหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ จัดเทคโนโลยี Ride-by-Wire ให้อัตราการจ่ายน้ำมันที่แม่นยำตามจังหวะการบิดของคันเร่ง ระบบสลิปเปอร์คลัทช์พร้อมระบบเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง (PASC) รุ่นใหม่ เพื่อควบคุมรถได้สูงสุดในขณะที่เปลี่ยนเกียร์ลงอย่างรวดเร็ว พร้อมระบบ Quick Shifter แบบ 2 Way

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

อ่านต่อที่ majles8.com

KTM 390 Duke ความแรงที่หลายคนมองข้าม

ORANGE

KTM Duke 390 เป็นรถแนว NAKED BIKE ระดับเอนทรี่คลาส ของค่าย KTM ไฟหน้าคู่แยกส่วน ใช้ไปแบบ LED ไฟเลี้ยวซ้าย-ขาวและไฟท้ายก็ใช้ไฟแบบ LED เช่นกัน โครงเป็นแบบโครงเหล็กถักที่เป็นเอกลักษณ์ของ KTM ที่มีความแข็งแรง น้ำหนักที่เบา สีสันที่โดดเด่น รถมีความคล่องตัวสูงเหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี อควบคุมแบบ​ TFT Display ​ในหน้าจอยังมีระบบ KTM MY RIDE ที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับตัวรถผ่าน Bluetooth ร​ะบบดูดซับแรงสะเทือนที่ใช้เทคโนโลยี Open-cartridge Fork และลูกสูบแยก

KTM 390 Duke ใช้ไฟเป็นแบบ LED มีไฟหรี่อยู่ตรงของของโครงไฟ ไฟท้ายและไฟเลี้ยวก็ออกแบบใหม่เช่นกัน ใช้ไฟ LED ทั้งหมด

เรือนไมล์แบบ multicolor TFT display แสดงผลมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ มาตรวัดความเร็ว มาตรวัดระยะทาง มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรวัดความร้อน ระดับเกียร์ นาฬิกา วันที่ และโหมดต่างๆในการใช้งาน

ระบบกันสะเทือนหน้าใช้ของ WP UpSideDown ขนาด 43 มม. ระยะยุบ 142 มิลลิเมตร

ระบบกันสะเทือนหลังใช้ของ WP แบบ Monoshock  ระยะยุบ 150 มิลลิเมตร ปรับระดับได้

โครงสร้างแบบเหล็กถัก

ระบบเบรกด้านหน้าแบบ ดิสก์เบรคคู่ ขนาด 320 มม. ปั้มเบรก 2 ลูกสูบ พร้อม ABS ระบบเบรกด้านหลังแบบ ดิสก์เบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. ปั้มเบรก 1 ลูกสูบ พร้อม ABS ล้อแม็กซ์ขนาด 17 นิ้ว ทั้งหน้าและหลัง ยางหน้าขนาด 110/70-R17 ยางหลังขนาด 150/60 R17

เครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ
กำลังสูงสุด 43 แรม้า ที่ รอบ 9,500 รอบ/นาที
ขนาดกระบอกสูบ 375 ซีซี
แรงบิดสูงสุด 35 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที 
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 89.0 x 60.0 มม.
อัตราส่วนการอัด 12.6 : 1
คันเร่งอิเล็กทรอนิกส์ Ride by Wire
ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์
ระบบจุดระเบิด Bosch EFI
ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร
ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า (มือ)
ระบบคลัทช์  Slipper clutch
ระบบเกียร์ 6 เกียร์
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรคคู่ ขนาด 320 มม. ปั้มเบรก 2 ลูกสูบ พร้อม ABS
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. ปั้มเบรก 1 ลูกสูบ พร้อม ABS
ระบบกันสะเทือนหน้า UpSideDown โช๊คหน้าแบบหัวกลับ ขนาด 43 มม. ระยะยุบ 142 มิลลิเมตร
ระบบกันสะเทือนหลัง Monoshock จาก WP ระยะยุบ 150 มิลลิเมตร ปรับระดับได้
ขนาดยางล้อหน้า 110/70-R17
ขนาดยางล้อหลัง 150/60 R17
ล้อ แม็ค
เฟรม Grating tube frame
ความสูงเบาะนั่ง 830 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถ 139 กก.

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

อ่านต่อที่ majles8.com

KTM 1290 SUPER DUKE R ที่สุดของ Naked จาก KTM

BLACK
KTM 1290 SUPER DUKE R

KTM 1290 SUPER DUKE R ปีศาจสีส้มตัวฉกาจที่จะปลุกสัญชาติญาณดิบในตัวคุณ ด้วยโฉมใหม่รูปลักษณ์ดุดันดุจนักล่า ด้วยชุดไฟหน้าแบบแอลอีดี (LED) ที่สามารถส่องแสงได้ในระยะไกล

ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมไฟหน้าชุดแรกที่มีชุดระบายความร้อน (Heatsink/Carrier) ในตัว พร้อมชุดหน้าจอแสดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่นอเนกประสงค์และอินเตอร์เฟสสุดล้ำ TFT Full Color และระบบกุญแจแบบ RACE ON ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเริ่มต้นความแรงแค่เพียงการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว

เครื่องยนต์แบบวี 2 สูบ 4 จังหวะ 1,301 ซีซี

กำลังสูงสุดถึง 130 กิโลวัตต์/177 แรงม้า ที่ 9,750 รอบ/นาที

อัพแรงบิดได้สูงถึง 141 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที

ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด

KTM 1290 SUPER DUKE R มาพร้อมระบบเบรก Brembo ABS และ Lean-Angle sensitive ABS ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากสนามแข่งมาใช้ โดยสามารถรับรู้มุมเอียงของ ตัวรถ และปรับระบบเบรกในการทำมุมเข้าโค้งได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังควบคุมความเร็วให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ ช่วยป้องกันการล้มไถลไปกับพื้นขณะเบรกตอนเข้าโค้ง

ระบบเอ็มทีซี (MTC – Motorcycle Traction Control) ทำให้การทรงตัวของรถให้วิ่งได้อย่างราบรื่น

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็น Upside Down ของ WP ขนาด 48 มม. ระยะยุบ 125 มม.

ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบโช้กอัพเดี่ยว WP monoshock ระยะยุบตัว 156 มม.

ใช้สวิงอาร์มเดี่ยวที่ทำจากอลูมิเนียม พร้อมกระชากสัญชาตญาณนักบิดด้วยความสามารถในการปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ (Ride Mode) ให้เหมาะสมกับสภาพถนน และสไตล์การขับขี่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโหมด Comfort โหมด Street และ โหมด Sport ทวีความดุดันไปอีกขั้นด้วยโหมดการขับขี่แบบ SuperMoto ซึ่งสามารถปิดการทำงานของระบบ ABS ที่ล้อหลัง เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์อันเร้าใจในอีกรูปแบบหนึ่ง

เครื่องยนต์ 2 สูบ 4 จังหวะ V-Twin 75 องศา
ระบบวาล์ว 4 วาล์ว DOHC
ระบบระบายความร้อน ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ Keihin
กระบอกสูบ 1,301 ซีซี
กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 9,750 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบ/นาที
กระบอกสูบxช่วงชัก 108 x 71 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 13.6 : 1
โหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Comfort, Street, Sport
ขนาดเรือนลิ้นเร่ง 56 มม. พร้อมระบบ Ride-by-Wire
ระบบขับเคลื่อน โซ่และสเตอร์
ระบบคลัทช์ แบบเปียกสั่งงานด้วยระบบไฮดรอลิค พร้อม Slipper Clutch และ QuickShifter 
ความจุถังน้ำมัน 18 ลิตร
ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า (มือ)
ระบบเกียร์ 6 เกียร์
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรคคู่ ขนาด 320 มม. ปั้มเบรกละ 4 ลูกสูบ BREMBO M50 พร้อม ABS
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรคเดี่ยว ขนาด 240 มม. ปั้มเบรก 2 ลูกสูบ BREMBO พร้อม ABS
ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพคู่หัวกลับ Up-side Down ของ WP (White Power) ขนาด48 มม.  ระยะยุบ 125 มม.
ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวของ WP ระยะยุบ 156 มม. ปรับระดับได้ สวิงอาร์มเดี่ยวอลูมิเนียม
ขนาดยางล้อหน้า METZELER Sportec M7 RR ขนาด 120/70 ZR 17
ขนาดยางล้อหลัง METZELER Sportec M7 RR ขนาด 190/55 ZR 17
ล้อ แม็กซ์
ระยะห่างฐานล้อ 1480 มม.
ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 830 มม.
ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม.
น้ำหนักรถ 189 กก.

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

อ่านต่อ majles8

KTM 690 Duke สุดยอดหนึ่งสูบลูกโต มีดีอะไรมาดู


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้สำหรับเมืองไทยเเล้วจะมีเเบรนด์บิ๊กไบค์ที่มีกระเเสความนิยมดีเป็นอย่างยิ่งเลย อย่าง KTM 690 โดยมีเซเลปคนดังที่เลือกใช้งานเเบรนด์นี้อยู่หลายคนเลยทีเดียว

เเละสำหรับบิ๊กไบค์รุ่นที่น่าสนใจของค่ายนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ในเวอร์ชั่นล่าสุด ที่บอกได้คำเดียวว่าเเรงขั้นเทพไปเลย โดยสำหรับความเเรงของสมรรถนะเครื่องยนต์เเล้ว KTM DUKE 690 R ไม่เป็นรองใครอย่างเเน่นอน

โดยมันถือเป็นอีกรุ่นในตระกูล KTM DUKE ส่วนขุมกำลังเครื่องยนต์ที่พกพามาในรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดกระบอกสูบถึง 690 ซีซี ซึ่งมันจะเป็นเครื่องยนต์จำนวน 1 สูบ 4 จังหวะ โดยมีระบบหัวฉีดเเบบ spark-ignition engine ซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้มากขึ้น พร้อมกับระบายความร้อนด้วยของเหลว โดยมันสามารถให้กำลังถึง 72 แรงม้า เรียกว่าเเรงสะใจเลยทีเดียว 

 ส่วนการสตาร์ทเครื่องยนต์นั้น KTM DUKE 690 R จะเป็นแบบออโตเมติกผสมกับแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำหรับการหล่อลื่นของเครื่องยนต์จะเป็นแบบแรงดันสองใบพัดซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ทางด้านของระบบเกียร์นั้น ก็มาพร้อมกับระบบเกียร์เเบบ 6 สปีด

โดยมันจะทำงานร่วมกับระบบคลัทช์ที่เป็นแบบ APTC โดยจะมีการควบคุมด้วยระบบไฮโดรลิทได้อย่างสมบูรณ์แบบ 690 DUKE R สำหรับระบบจุดระเบิดนั้น ก็เป็นแบบควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ซึ่งจากทั้งหมดมันจะส่งผลให้มีสมรรถนะที่เพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของระบบเบรคนั้น จะเป็นระบบเบรคแบบ ABS ทั้งสองล้อ ถือว่ามีความปลอดภัยสูงเเละช่วยเสริมให้เป็นอีกรุ่นของบิ๊กไบค์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 

เฟรม  ได้รับการดีไซน์ให้เป็นแบบ Tubular โดยเลือกใช้วัสดุในการผลิตเเละประกอบอย่าง molybdenum steel เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างของเฟรม โดยโครงสร้างจะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติอยู่เล็กน้อย

พร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบ WP Suspension Up Side Down ที่ล้อหน้า และล้อหลังเป็นแบบ WP Suspension with Pro Lever linkage โดยมีที่โคมไฟดวงใหญ่ด้านหน้า 1 ดวง และไฟตอนท้ายรถอีกหนึ่งดวง หน้าปัดเป็นแบบดิจิตอลแสดงมาตรวัดค่าต่างๆ ด้วยแสงสีส้มที่สวยสะดุดตา พร้อมด้วยเบาะนั่งสีดำขนาด 2 ที่นั่งจำนวน 2 ชิ้นแยกกันแบบต่างระดับ

ปริมาตรกระบอกสูบ

690 cc

กำลัง 72 แรงม้า 54 กิโลวัตต์
แรงบิด74 นิวตันเมตร
ออกแบบ
เครื่องยนต์ 1 สูบ 4 จังหวะ
สตาร์ทไฟฟ้า
หล่อลื่นน้ำมันบังคับด้วยปั๊มน้ำมัน 2 ตัว
6 สปีด
ระบายความร้อนด้วยของเหลว
คลัตช์ APTC (TM) ซึ่งทำงานด้วยระบบไฮดรอลิก
Keihin EMS พร้อม RBW, สวิตช์กุญแจคู่
การปล่อยก๊าซ CO2
80 กรัม / กม
การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง
3.48 ลิตร / 100 กม

โครงรถ
Chromium-Molybdenum steel trellis frame, powder coated
ช่วงล่างด้านหน้า
WP upside-down Ø 43 mm
ช่วงล่างด้านหลัง
WP shock absorber with Pro-Lever linkage
ท่องเที่ยวระงับ (ด้านหน้า)
135 มม
ท่องเที่ยวระงับ (หลัง)
135 มม
เบรกหน้า
เบรกคาลิเปอร์คงที่ Brembo สี่ลูกสูบ, จานเบรค
เบรกหลัง
Brembo ลูกสูบเดี่ยวคาลิเปอร์, จานเบรค
หน้าดิสก์เบรก
320 มม
ดิสก์เบรกหลัง
240 มม
ABS
Bosch 9M + ABS สองช่องทาง (โหมด Supermoto เป็นตัวเลือกที่เลิกใช้งานได้)
โซ่
X-Ring 5/8 x 1/4 “
มุมหักเลี้ยว
63.5 °
ความสูงท้องรถจาดพื้นดิน
192 มม
สูง
835 มม
ความจุถังถงน้ำมัน
14 ลิตร
น้ำหนักไม่รวมขอบเหลว
148.5 กก

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

อ่านบทวามต่อ majles8

Yamaha SR 400/500 ตำนานที่ยังไม่ตายและอยู่มานาน 40 ปี

  YAMAHA SR400 รถที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 40 ปี แล้วมีการปรับเปลี่ยนโฉม(Minor Change) ทั้งหมด 21ครั้งตั้งแต่เริ่มผลิตจนถึงปัจจุบัน ทำไมมันถึงไม่ยอมตกยุค หนำซ้ำยังได้รับความกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและค้นคว้าและนี่คื ตำนาน Yamaha ตระกูล SR 400/500 ในปี 1975 คือปีแรกๆที่ทางต้นสังกัด ได้ผลิตและส่งรถรุ่นนี้ออกมาสู่ท้องตลาดเป็นครั้งแรก  แต่ในเวลานั้นเองยังไม่ใช่การเกิดของเจ้า YAMAHA SR400 เพราะในเวลานั้นรถตัวแรกๆ ของต้นตระกูลของสายนี้ก็คือ YAMAHA SR500 ที่บอกได้คำเดียวว่ามีหน้าตาเหมือน YAMAHA SR400 และมีการใช้กระบอกสูบในขนาดเดียวกันอีกต่างหาก แต่มาผิดกันที่ระยะช่วงชักของกระบอกสูบเท่านั้นเพราะถ้าเราเองต้องการขนาดความจุเพิ่มขึ้นเกือบๆ 100 ซีซี แต่ยังต้องรักษาต้นทุนในการผลิตเอาไว้  ซึ่งก็มีอยู่ทางเดียว นั่นก็คือการยืดระยะกระบอกสูบ หรือช่วงระยะในการชักให้ยาวขึ้น  และถ้ามองย้อนกลับไปว่าแล้ว YAMAHA SR400 ตัวแรกๆ นั้นผลิตออกมาราวๆ ปี 1978 แถมยังเป็นรถในตระกูลนี้ที่มีเรื่องชวนให้ฮือฮากันอีกด้วยว่า รถ 2 สัญชาติ โดยการติดต่อกันทางโทรศัพท์ในยุคเก่า คนญี่ปุ่นที่รู้ภาษาอังกฤษ นั้นแทบจะมีน้อยมาก แต่เขาก็ยังสามารถที่จะติดต่อกับคนอังกฤษได้ ซึ่งเป็นค่ายรถในตำนานอย่าง BSA เมื่อมีคนสองชาติ สองภาษา สองวัฒนธรรมทำให้มีการหิ้วเอาเครื่องยนต์ของเจ้า YAMAHA SR400 และวงล้อหน้าและล้อหลังขึ้นเครื่องบินจากประเทศญี่ปุ่น กลับมายังเกาะอังกฤษ  เพื่อสร้างรถที่กลายเป็นตำนานอย่าง SR400Gold Star โดย BSA มีหน้าที่ในการสร้างเฟรมและชิ้นส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากสิ่งที่คนญี่ปุ่นเองหิ้วไปที่โรงงาน  ถ้ามองดูให้ดีแล้วคนที่ชอบรถ YAMAHA SR400 นั่นไม่ได้ชอบเรื่องของความแรงหรือพละกำลังแรงม้าฝีเท้าโหดๆ แต่เขาเองมีความชื่นชอบเรื่องของดีไซน์การออกแบบและเสียงของเครื่องยนต์เองที่ ณ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีค่าย ไหนๆ ผลิตหรือสรรค์สร้างออกมาได้เหมือนนั่นเองทันใดนั้นซึ่งมีการเฮกันยกใหญ่ เพราะล่าสุดทางต้นสังกัดอย่าง Yamaha ได้จัดเจ้า SR 400 ตัวใหม่ล่าสุด ปี2015 มาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และมีผลตอบรับดีมาก และเป็นที่พึ่งพอใจของคนที่ชื่นชอบในความคลาสสิตของ SR400 และเป็นรถคลาสสิตที่สามารถตอบสนองได้ทุกแนวการใช้งาน

ขอขอบคุณ https://pantip.com/topic/34985007ที่ สิงหาคม 07, 2560ไม่มีความคิดเห็น: ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปที่ Twitterแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest

คนที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์เรียกได้ว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ในสไตล์Retro (เรโทร) อีกหนึ่งรุ่นที่ได้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของวงการคลาสสิคไบค์กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะด้วยรูปทรง ที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็หล่อเหลาเอาซะเหลือเกิน บวกกับอัตราเร่งที่ผู้ขับหรือไบค์เกอร์นั้นสามารถรีดเค้นเอาขุมพลังของมันออกมาใช้กันได้แบบสุดขีดความสามารถ ใช่แล้วครับ รถที่เรากำลังพูดถึงนี้จะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้เลย นอกเสียจากเจ้า Yamaha SR400

สำหรับวันนี้ Blog ของเราก็มาพร้อมกับ Yamaha SR400 สุดสวยทุกแนว ทุกสไตล์ ซึ่งเราจะมาทำการเจาะลึกถึงการแต่ง รวมไปถึงที่มาที่ไป และแรงบันดาลใจในการตกแต่งนั้นมีอะไรบ้าง ว่าแล้วชาวคลาสสิคไบค์เกอร์ก็อย่ารอช้า ตามเรามาดูกันเลยดีกว่าสำหรับแนวการตกแต่ง SR400 ก็มีหลากหลายรูปแบบ ลองมาดูกันก่อน กับ 4 แนวหลักครับ

1.Custom style มารู้จักกับแนวนี้กันก่อน หลายๆคนคงจะงง พอได้ยินคำว่า “แต่งแนวคัสตอมซิขี่สบาย” คัสตอมในแนวแต่งของ Sr ก็คือทรงรถแบบเดิมๆนี่แหละ แต่ยัดของแต่งเข้าไปให้เต็ม เน้นการขี่ที่สบายไม่เมื่อยและยัดของแต่งบ้างเพื่อความสะใจเล็กๆน้อยๆ ของญี่ปุ่นบางคันเนี่ยแต่งกันระดับ HD, Ducati ยังอายเลยครับ

2. Cafe Racer Styleมาดูแนวคาเฟ่ กันต่อครับ แนวนี้สะเด็ดได้ใจ หมอบสุดโต่ง หล่อโคตรๆครับ แต่เสียอย่างเดียวเมื่อยหลัง ของแต่ง ก็ยัดกันตามอัธยาศัยครับ แต่ขาดไม่ได้เลยคือ แฮนด์ต้องหมอบครับ แนวนี้เมื่อก่อนจะออกแนว Vintage แบบจิ๊กโก๋อังกฤษๆเช่น BSA, Norton ,AJS    

3. Tracker styleมาดูกันต่อ แนวนี้โหดๆดิบๆดีครับ แนวนี้ผมว่าขี่สบายที่สุดแล้วครับ แฮนด์สูงพอดีๆ กางออกกว้างๆ ควบคุมรถได้ง่าย เที่ยวไกลสบายครับ

4. OLD Skull , Bobble ,RATแนวนี้กระแสก็มาแรงไม่น้อยเลยครับ Old skull (จริงๆไอ้คนคิดคำนี้ ความหมายมันคืออะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เอาเป็นว่ารู้กัน) นิยามที่ผมเข้าใจคือ แฮนด์โหน ท้ายต่ำครับ

ขอขอบคุณภาพจากtanapat.khamwat

การดูแลรักษา SR 400

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังตัดสินใจ ว่าจะเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ SR400  เจ้ารถคลาสสิครุ่นนี้ที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 40 ปีแล้ว มีความน่าสนใจเนื่องจากมีการผลิตมานานแล้ว ทำให้มีความมั่นใจได้เลยว่าเป็นรถที่ดี เป็นรถที่มีเสน่ห์ทำให้ผู้คนหลงรักเข้าอย่างเต็ม
                วิธีดูแลรักษา SR ควรเช็คน้ำมันเครื่องหรือเปลี่ยนถ่านน้ำมันเครื่องทุก 3000 กม. ,เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องทุก 6000 กม. ,อัดจาระบีที่สวิงอาร์มทุก 6 เดือน และควรล้างจูนคาร์บูเรเตอร์ทุก 3 เดือน ถ้าจำเป็นต้องจอดรถไว้เป็นเวลาหลายวัน ควรขึ้นขาตั้งคู่และบิดก๊อกน้ำมันให้ตรง ON และถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใต้ก้นคาร์บูออกให้หมดนะครับคาร์บูจะได้อยู่คู่กับรถของท่านได้อย่างยาวนานและทำให้สตาร์ทง่ายด้วยครับ สำหรับการดูแลรักษา Yamaha SR400 ถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

อ่านต่อได้ที่ majles8

MotoGP Moto2 Moto3 ประวัติศาสตรและกฎกติกา

MotoGP Moto2Moto3 ประวัติและกฎกติกา

MotoGP ™ Moto2 Moto3 เป็นการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำแชมป์โลก; สิบแปดชุดแข่งเยือนสิบสามประเทศสี่ทวีปและมีความคุ้มครองโทรทัศน์กระทะทั่วโลก สิบสัญชาติของผู้ขับขี่ที่มีฝีมือมากที่สุดในโลกสายตารางอาวุธด้วยเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ที่ทันสมัย​​ด้วยเครื่องจักรต้นแบบสอดแทรกโดยสามผู้ผลิต; ดูคาติ, ยามาฮ่าและฮอนด้า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ gp 500

ก่อตั้งขึ้นเป็นแชมป์โลกโดย FIM (Fédérationคอมมิวนิสต์ Motocyclisme) ในปี 1949, MotoGP อยู่ในขณะนี้เข้าสู่ปีท​​ี่ 65 ของ มันเป็นแชมป์มอเตอร์สปอร์ตที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและชั้นนำระดับของการแข่งรถสามชั้นเรียนที่ใช้เวลาในการติดตามในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยทั่วไปแกรนด์กรังปรีซ์ ติดป้ายชื่อเดิม ‘500cc’, แชมป์เปลี่ยนไปเปลี่ยนในปี 2002 ที่มีกฎระเบียบทางเทคนิคใหม่อนุญาตให้นำเครื่องจักรสี่จังหวะและเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์ 990cc จึงกลายเป็น MotoGPจาก 2007 กฎมีการเปลี่ยนแปลงการ จำกัด กำลังเครื่องยนต์เพื่อ 800cc และอีกครั้งจาก 2012, การตั้งค่าการเคลื่อนที่ของเครื่องยนต์สูงสุดที่ 1000cc MotoGP ได้รับการปกครองโดยเจ้าของสิทธิเชิงพาณิชย์ Dorna กีฬาภายใต้การกำกับดูแลของ FIM 1992 ตั้งแต่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ motogp

MotoGP ™มีประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ได้เกิดขึ้นในมุมของโลกทุกตลอด 65 ปีที่ผ่านมา มากกว่า 2.4 ล้านคนมาผ่านประตูของวงจรในการดู MotoGP ในปี 2013 อิตาลี, อังกฤษ, สเปน, สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเป็นเพียงบางส่วนของประเทศที่มีมูลค่ารวมทั้งหมดของตัวเลขที่สูงในแง่ของชัยชนะการแข่งขันและชื่อของโลก รายละเอียดที่สามารถพบได้ในผลและส่วนของสถ​​ิติ

เช่นเดียวกับการเรียนชั้นนอกจากนี้ยังมีสองแชมป์โลกประเภทแกรนด์กรังปรีซ์พิเศษในการแข่งขันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘MotoGP ™’ Moto3 ™ (เดิม 125 ซีซี) และ Moto2 ™ (เดิม 250cc) ชิงแชมป์โลกมีการแข่งขันของตัวเองในแต่ละแกรนด์กรังปรีซ์ซึ่งหมายความว่าในตอนท้ายของฤดูกาลที่สามแชมป์จะครองตำแหน่ง

วันหยุดสุดสัปดาห์การแข่งขัน

ในวันหยุดสุดสัปดาห์แกรนด์กรังปรีซ์จะมีการแข่งขันในแต่ละ MotoGP ของสามประเภท:

Moto3  – 4 จังหวะ 250cc, ชั้นเดียวสูบแทนที่ประเภท GP 125 ซีซีในปี 2012 อายุสูงสุดสำหรับผู้ขับขี่ที่ 28 (25 สำหรับผู้ขับขี่ป่าบัตรหรือผู้ที่ทำสัญญาใหม่และการแข่งขันใน Moto3 เป็นครั้งแรก) และอายุต่ำสุดคือ 16

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ moto3

Moto2  – Moto2 ™ชั้นแทนที่ประเภท 250cc จากปี 2010 ฮอนด้าเป็นผู้จัดจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียวเครื่องยนต์และยาง Dunlop ให้ จักรยานที่ขับเคลื่อนโดย 600cc เครื่องยนต์ 4 จังหวะ, การผลิตรอบ 140hp และการออกแบบและการก่อสร้างของตัวถังที่เป็นอิสระภายในข้อ จำกัด ของ FIM แกรนด์กรังปรีซ์ระเบียบทางเทคนิค กรอบสวิงอาร์ม, ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่นั่งหลักและเครื่องบิน / การออกกำลังกายจาก non-ต้นแบบ (เช่นการผลิตแบบถนน homologated) รถจักรยานยนต์อาจไม่สามารถใช้ อายุขั้นต่ำสำหรับผู้ขับขี่คือ 16

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ moto2

MotoGP ™ – การทดสอบที่ดีที่สุดสำหรับความสามารถที่ดีที่สุดในการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังเครื่องยนต์สูงสุดคือ 1000cc ดังกล่าวข้างต้น (เครื่องยนต์ 4 จังหวะ) และอายุขั้นต่ำสำหรับผู้ขับขี่คือ 18

ในเหตุการณ์ที่เลือกตารางเวลาการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นโดยกระทิงแดง MotoGP ล่วงหน้าคัพและ Shell Advance เอเชีย Talent คัพ – การออกแบบมาเพื่อพบดาว MotoGP ในอนาคตจากทั่วโลก

เหตุการณ์กรังปรีซ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสามวันกับสองคนแรกของคนเหล่านั้นสำหรับการปฏิบัติและคุณสมบัติสำหรับแต่ละชั้นเรียน MotoGP เปลี่ยนรูปแบบของการคัดเลือกสำหรับปี 2013 โดยผู้ขับขี่จะต้องมีคุณสมบัติสำหรับสล็อตในเซสชั่นที่มีคุณสมบัติด้านบนสิบโดยการโพสต์ครั้งที่มีการแข่งขันในช่วงใดของการปฏิบัติฟรี “ชั้นสอง” การคัดเลือกแล้วจะใช้เวลาสถานที่ที่มีผู้ขับขี่ที่ช้าลงในวันเสาร์ที่ยังมีแรงจูงใจในสองทำให้มันเป็นเซสชั่นที่มีคุณสมบัติด้านบนไม่นานหลังจากที่สำหรับ Moto2 และ Moto3 รูปแบบการคัดเลือกยังคงเหมือนเดิม วันที่สามคือการแข่งขันวัน

ขณะที่ในปีก่อนหน้านี้จะมีสาม 45 นาทีช่วงการปฏิบัติฟรีซึ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์การแข่งขันปกติจะจัดขึ้นในช่วงเช้าวันศุกร์และช่วงบ่ายเช่นเดียวกับเช้าวันเสาร์ ความแตกต่างในปีนี้จะเป็นไปได้ว่าเวลาที่กำหนดไว้ในการประชุมที่จะนับคัดเลือกด้วยผลรวมการกำหนดว่าผู้ขับขี่จะมีส่วนร่วมใน Q1 หรือ Q2

Q1 จะประกอบด้วยผู้ขับขี่มีเวลาที่ 11 และด้านล่างและจะมีเซสชั่น 15 นาที ในช่วงเวลานี้ผู้ขับขี่จะมีแรงจูงใจที่จะมีคุณสมบัติสำหรับไตรมาส 2 ซึ่งทั้งสองที่เร็วที่สุดในเซสชั่นจะสามารถที่จะแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลใน 12 ผู้ขับขี่แข่งขันเซสชั่น Q2 15 นาทีสุดท้ายเพื่อกำหนดลำดับการเริ่มต้นที่ด้านหน้า ผู้ขับขี่ไม่ได้อยู่ในที่เร็วที่สุดในสองสถานที่ใน QP1 จะใช้เวลาตารางตำแหน่ง 13 ขึ้นไปตามตำแหน่งของพวกเขาใน QP1

เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันใด ๆ หรือการปรับเปลี่ยนที่จำเป็นจะมีเวลา 30 นาทีการปฏิบัติฟรีที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นก่อนที่จะมีสองช่วงคัดเลือก นี้จะไม่ถูกหมดเวลาไม่นับรวมที่มีคุณสมบัติไรเดอร์จะมีส่วนร่วมใน

1 สามช่วงที่มีอยู่ของการปฏิบัติฟรีจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เวลารวมจากการประชุมผู้ที่จะตรวจสอบการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติที่มีคุณสมบัติขั้นสุดท้าย

2 สิบผู้ขับขี่ที่เร็วที่สุดที่จะได้รับเมล็ดผ่านการคัดเลือกปฏิบัติ 2 (QP2)

3 ทุกคนขี่ม้าจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกการปฏิบัติที่ 1 (QP1)

4 สองผู้ขับขี่ที่เร็วที่สุดใน QP1 จะพัฒนาไปสู่​​ QP2 ทำให้รวมเป็น 12 ผู้ขับขี่สำหรับการแข่งขันครั้งแรก 12 ตำแหน่งของตาราง

5 ผู้ขับขี่ไม่ได้อยู่ในที่เร็วที่สุดในสองสถานที่ใน QP1 จะใช้เวลาตารางตำแหน่ง 13 ขึ้นไปตามเวลาของพวกเขาใน QP1

หลังจากช่วงอุ่นเครื่องสำหรับแต่ละประเภทการแข่งขันวันประเพณีประเภทที่เล็กที่สุดในกรณีนี้ Moto3 ™, ใช้เวลาในการติดตามแรกกับ Moto2 ™คลาสต่อไปนี้และแล้วในที่สุดเหตุการณ์ MotoGP ™ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การแข่งขันที่แตกต่างกันในระยะเวลาระหว่าง 95-130km และโดยปกติท​​ี่ผ่านมาระหว่าง 40-45 นาทีสอดคล้องกับจำนวนชุดของรอบซึ่งแตกต่างในแต่ละแทร็ค หลุมหยุดที่หายาก แต่ได้รับอนุญาตและมีผลบังคับใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อผู้ขับขี่สามารถใส่หลุมเลนและเปลี่ยนเครื่องไปติดตั้งกับยางสเปคที่แตกต่างกัน (เฉพาะ MotoGP ™)

ปัจจุบัน MotoGP แชมป์โลกเป็นทีม Repsol Honda ของมาร์คมาร์ซึ่งในปี 2013 ที่อ้างว่าเป็นครั้งแรกที่ชื่อชั้นชั้นของเขาในฤดูกาลใหม่ของเขาทำลายสถิติมากมายตลอดทาง แชมป์เห็นยามาฮ่าโรงงานของรถแข่งเฆเรนโซเสร็จใกล้ชิดวิ่งขึ้นข้างหลังเขาหลังจากการดวลที่งดงามบางอย่างระหว่างทั้งคู่ไปพร้อมกับ Repsol ของแดนี Pedrosa สามจบหลังจากปีที่มีความมั่งคั่ง

ใน 2014 MotoGP ชั้นเข้าร่วมโดยตัวเลือกของผู้ขับขี่ใหม่ – เรียกว่าล่วงหน้า – ผู้ที่จะให้แน่ใจว่าระดับของการแข่งขันและความสามารถในการแข่งยังคงอยู่ที่ระดับสูงเป็นพิเศษ 2013 แชมป์ Moto2 พล Espargaro ย้ายขึ้นไปที่ชั้นชั้นสละที่นั่งว่าง Cal Crutchlow ในเทค 3 เครื่องแต่งกายที่มีล่วงหน้าเพิ่มเติมก็อตต์เรดดิงและไมค์ดิแมกลิโอไปที่ทีมงาน GO & FUN ฮอนด้า Gresini และ Avintia Blusens ตามลำดับ นอกจากนี้ยังสามารถ MotoGP เปิดตัวของเขาจะเป็นออสเตรเลีย Broc ปาร์กส์ที่มีเครื่อง CRT PBM ของ รายชื่อของผู้เข้าร่วมในแต่ละแกรนด์กรังปรีซ์ที่ประกอบด้วยผู้ขับขี่ถาวรหดตัวและการเสนอชื่อโดยทีมของพวกเขาสำหรับฤดูกาลทั้งหมดและรายการตัวแทน – ที่มักจะขับขี่ท้องถิ่น ผู้เข้าร่วมประมาณ 24 จะเริ่มขึ้นในแต่ละการแข่งขัน MotoGP และประมาณ 35 มีส่วนร่วมในการแข่งขันแต่ละ Moto2 และ Moto3

ผู้ขับขี่จากทั่วโลกมีส่วนร่วมในการแข่งขันชิงแชมป์โลกรวมทั้งประเทศต่อไปนี้: ออสเตรเลียเบลเยียมบราซิลโคลัมเบีย, สาธารณรัฐเช็ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส, ซานมาริโน, สเปน, ภาคใต้ แอฟริกา, วิตเซอร์แลนด์ไทยสหราชอาณาจักรสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลา

สำหรับโปรไฟล์ของทุกผู้ขับขี่จากทั้งสามประเภทแกรนด์กรังปรีซ์ที่ทุ่มเทของเรา ขี่ม้าและทีมงาน ส่วน

MotoGP ™นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับม้าเพื่อสุขภาพการกุศลซึ่งจะช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแอฟริกามีการเข้าถึงการขนส่งที่เชื่อถือได้เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงคนโดดเดี่ยวมากที่สุดกับการดูแลสุขภาพปกติและคาดเดาได้

อ่านบทความต่อได้ที่ https://majles8.com

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

ISUZUD-MAX พร้อมเปิดตัว All New 2020

IsuzuD-Max 2020 ยิงคลิปทีเซอร์แรก เผยดีไซน์ใหม่ที่จากต่าง IsuzuD-Max โฉมปัจจุบัน พร้อม Let the war begin สงครามรถกระบะ 1 ตัน ของจริงกำลังเริ่มต้นและจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในปีหน้า

11 กรกฎาคม 2016 เป็นวันที่ Mazda Motor Corporation และ Isuzu Motors Limited พันธมิตรใหม่ล่าสุด แต่เป็นถ่านไฟเก่า ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ ว่าจะพัฒนารถกระบะ Compact Pick-up ด้วยกัน นั่นก็คือ Mazda BT-50 Pro และ IsuzuD-max โดยที่แม่งานในการพัฒนา และ ผลิตก็คือ Isuzu

ล่าสุด มีภาพ Spyshot ออกวิ่งทดสอบในถนน เห็นตัวรถ Isuzu D-max รุ่นใหม่เป็นครั้งแรก ชิ้นส่วนบางส่วนมีการอำพรางโดยใช้ชิ้นส่วนรุ่นปัจจุบัน เช่น ไฟท้าย และ ล้ออัลลอยลายเดิม

ภาพ Spyshot ที่ถ่ายได้

โดยทั้งจากคลิปทีเซอร์และภาพบนหน้าเว็บไซต์ IsuzuD-Max 2020 จะมีภายนอกที่ทันสมัยมากขึ้น ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ และไฟหน้าทรงสีเหลี่ยมคางหมูที่เล่นทรีตเมนต์ในดวงโคม 3 เลเยอร์ เพิ่มความซับซ้อน ไล่ตั้งแต่ไฟ DRL, เส้นโครเมียม และไฟหน้าโปรเจกเตอร์ด้านในสุด แต่ไฟเลี้ยวกับไฟตัดหมอกทรงกลมถูกจับมาเรียงกันมุมกันชนในแนวตั้งนั้นดูประณีตน้อยกว่า Mitsubishi Triton 2019 อยู่พอควร

ส่วนมิติตัวถัง IsuzuD-Max 2020 เบื้องต้นคาดว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าปัจจุบัน รวมถึงสัดส่วนที่บึกบึนมากขึ้นตั้งแต่การยกสันฝากระโปรงให้ไม่อยู่ระนาบเดียวกับบังโคลน โดยคันในทีเซอร์ตกแต่งไว้ใกล้เคียง Isuzu D-Max V-Cross โฉมปัจจุบัน ด้วยการเดิน Cladding กันกระแทกสีดำต่อเนื่องรอบชายล่างตัวรถและซุ้มล้อ แผ่นกันกระแทกใต้กันชน ขณะที่ไฟท้ายโมเดิร์นขึ้นด้วยเส้นกรอบไฟหรี่ทรงสี่เหลี่ยม 2 วง แบบรถยุคใหม่

ภายในห้องโดยสาร Isuzu D-Max 2020 ดูสวยงามมากขึ้น กรอบช่องแอร์แบบใหม่ยังคงถูกจับวางในแนวตั้ง ประกบจออินโฟเทนเมนต์ซึ่งน่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน แผงหน้าปัดคาดคิ้วประดับด้วยวัสดุสีเข้มและมันเงา แผงควบคุมระบบปรับอากาศโละแบบทรงกลมทิ้ง เปลี่ยนไปใช้แบบแนวนอนแป้นกดแบบคีบอร์ด ด้านล่างเป็นปุ่ม Terrain Command หัวเกียร์อัตโนมัติงสวยงามขึ้น ด้านบนระบุตัวอักษร PRND คล้าย BMW และสุดท้ายเบาะนั่งแบบเจาะรู น่าจะหุ้มหนังสีน้ำตาลตัดกับภายในสีดำ

เครื่องยนต์สำหรับ Isuzu D-Max 2020 ยังไม่แน่นอนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนมากหรือน้อย แต่แน่นอนว่าเป็นเทคโนโลยี Ddi Blue Power ซึ่งถ้าใช้บล็อกเดิมหรือนำบล็อกเดิมมาปรับปรุงในรายละเอียดทางเทคนิค หากมองในแง่ดีคงเป็นเรื่องของความเสถียร และเครื่องยนต์ของ Isuzu D-Max 2020 จะลงเอยแบบไหนอยู่ที่มุมมองของผู้ใช้

ส่วนรายละเอียดนอกเหนือไปกว่านี้รวมถึงราคา คงต้องรอ All-new Isuzu D-Max 2020 เปิดตัวในวันที่ 11 ตุลาคม 2562 (รอบสื่อมวลชน) จากนั้นสงครามรถกระบะขนาด 1 ตัน คงเกิดขึ้นทันที ซึ่งทุกฝ่ายต้องได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย นับตั้งแต่คู่ปรับตลอดกาล Toyota Hilux Revo ไปจนถึงน้องใหม่ New MG Extender ที่ช่วงโปรโมชั่นคงสั้นลง และถึงเวลา Isuzu เป็นฝ่ายพูดว่า Let the war begin กับเขาบ้างแล้ว

Mazda BT-50 Pro รุ่นใหม่ ที่จะใช้พื้นฐานเดียวกับ Isuzu D-max จะย้ายสายการผลิตจากโรงงาน AAT : Auto Alliance (Thailand) ไปยังโรงงานของ Isuzu ทั้งหมด โดยให้ Isuzu เป็นผู้ผลิตให้ รายละเอียดเบื้องต้นของ Mazda BT-50 Pro รุ่นใหม่

  • โครงสร้างตัวถัง Frame Chassis ทั้งหมด ใช้ร่วมกับ Isuzu D-max
  • เครื่องยนต์ ใช้ของIsuzu D-max (ดังนั้นเราจะได้เห็น BT-50 Pro 1.9 อย่างแน่นอน)
  • รูปลักษณ์ภายนอก Mazda พยายามออกแบบให้ต่างจาก Isuzu D-max
  • Mazda ยืนยันว่า จะไม่ใช่แค่การเปลี่ยน Logo หน้า-หลัง อย่างแน่นอน
  • ถ้ายังไม่เห็นภาพ ให้มองความร่วมมือ BT-50 Pro / Ranger รุ่นปัจจุบัน ณ วันที่เปิดตัว
  • Mazda ขอเซ็ตช่วงล่างของ BT-50 Pro เอง

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

ชายผู้พลิกประวัติศาสตร์เครื่องดนตรีในญี่ปุ่น โทรากุสึ ยามาฮ่า

โทรากุสึ ยามาฮ่า (山葉 寅楠)

โทรากุสึ ยามาฮ่า บิดาแห่ง Yamaha ชายผู้พลิกประวัติศาสตร์เครื่องดนตรีในญี่ปุ่น

โทรากุสึ ยามาฮ่า (山葉 寅楠) เกิดในปี 1851 พ่อของเขาเป็นซามูไรในแคว้นคิชู ซึ่งสนใจวิชาดาราศาสตร์และวิศวกรรม ด้วยความที่ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดประเทศบวกกับความที่พ่อของเขาสนใจวิทยาศาสตร์ทำให้โทรากุสึถูกส่งไปเข้าโรงเรียนหลักสูตรตะวันตกทันสมัยตั้งแต่เด็ก เขายังใช้เวลาว่างช่วยพ่อวิจัยงานดาราศาสตร์และวิศวกรรมจนทำให้เขาพลอยสนใจเรื่องพวกนี้ไปด้วย เมื่อเขาอายุ 21 ปี ครอบครัวของเขาก็อพยพไปอยู่โอซาก้า

โทรากุสึก็เริ่มรู้ตัวว่าเขาสนใจงานจักรกล เมื่อเขาย้ายมาโอซาก้า  โดยเฉพาะเรื่องระบบกลไกในโรงเรียนที่นากาซากิโดยมีวิศวกรชาวอังกฤษเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาเป็นเวลา 2 ปี และการทำนาฬิกา

หลังจากนั้นเขาก็เปิดร้านทำนาฬิกาแล้วต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว เพราะเปิดร้านโดยตัวเองแต่ด้วยเงินทุนอันน้อยนิด เขากลับมาโอซาก้าและนำวิชากลไกที่เคยเรียนรู้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงเครื่องมือการแพทย์

เมื่ออายุ 32 โทรากุสึก็ได้รับหน้าที่ถูกส่งไปประจำในโรงพยาบาลที่ฮามามัทสึเพื่อดูแลเครื่องมือการแพทย์ที่นั่น

ขณะนั้นโรงเรียนประถมในญี่ปุ่นเริ่มมีการสอนดนตรีด้วยรีดออร์แกนแล้ว และขณะที่โทรากุสึทำงานอยู่ในเมืองเล็กๆอย่างฮามามัทสึ ชื่อเสียงเรื่องฝีมือการซ่อมของเขาก็ถูกพูดถึงมากมาย

วันหนึ่ง Mason & Hamlin รีดออร์แกนจากอเมริกาที่ใช้สอนวิชาดนตรีในโรงเรียนประถมละแวกนั้นก็เกิดพังจนใช้การไม่ได้ ทางโรงเรียนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจึงลองขอร้องให้เจ้าหน้าที่ดูแลเครื่องมือการแพทย์อย่างโทรากุสึซ่อมดู และเขาตอบตกลง โทรากุสึไม่เพียงแกะซ่อม แต่เขาถอดอะไหล่ทุกชิ้นและสเก็ทต์ชิ้นส่วนทั้งหมดของรีดออร์แกน

สาเหตุที่เขาทำแบบนี้เพราะโทรากุสึมองเห็นลู่ทางของตลาดเครื่องดนตรีนั่นเอง โดยเขาตั้งใจจะสร้างรีดออร์แกนด้วยตัวเอง เมื่อเขาซ่อมรีดออร์แกนของโรงเรียนสำเร็จจนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โทรากุสึจึงมั่นใจว่าตัวเองมีดีพอจะสร้างรีดออร์แกนเหมือนกัน

แม้เขามีมีฝีมือด้านกลไกและพิมพ์เขียวที่ร่างไว้แต่เขายังขาดเงินทุน คาวาอิ คิซาบุโร เจ้าของโรงแรมซึ่งเป็นมิตรสหายของเขาจึงหยิบยื่นน้ำใจเป็นเงินทุนให้โทรากุสึนำไปซื้อเครื่องใช้จำเป็นสำหรับการทำรีดออร์แกน ฟุกุชิม่าโทโยสากุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็คอยช่วยเขาพัฒนา

นอกจากนี้โอจิมะ ยากิชิ เจ้าของร้านขายปลาซึ่งมักเล่นซามิเซ็ง (เครื่องสาย) เป็นงานอดิเรกก็ช่วยแนะนำเรื่องการจูนเครื่องดนตรีด้วย…63 วันผ่านไป รีดออร์แกน 39 คีย์ตัวแรกของโทรากุสะก็สำเร็จทำให้เขากลายเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่สร้างเครื่องดนตรีตะวันตก

ในยุคที่การคมนาคมเป็นเรื่องลำบาก อีกทั้งยังไม่มีรถไฟสายฮามามัทสึ-โตเกียว โทรากุสึ ยามาฮ่าและวิศวกรผู้ติดตามอีกหนึ่งคนช่วยกันหอบหิ้วรีดออร์แกนแห่งความหวังไปถึงเมืองหลวง

พวกเขาเดินเท้ากันกว่า 250 กิโลเมตรเพื่อให้ผู้อำนวยการ Tokyo Music School (หรือ Tokyo University of the Arts ในปัจจุบัน) สถาบันสอนดนตรีชื่อดังช่วยประเมินคุณภาพให้ ทว่ารีดออร์แกนที่เขาและมิตรสหายเพียรพยายามสร้างมา 2 เดือนถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าการจูนนิ่งยังไม่ได้มาตรฐาน

แม้เขาจะผิดหวังแต่ก็ไม่ได้สิ้นหวังไปด้วย โทรากุสึศึกษาการจูนรีดออร์แกนอย่างขมักเขม้นจนเชี่ยวชาญในที่สุด เขาสร้างออร์แกนตัวที่ 2 และนำกลับไปให้ Tokyo Music School ช่วยประเมินอีกครั้ง หนนี้เขาทำสำเร็จและได้เสียงชื่นชมว่าคุณภาพดีไม่แพ้ออร์แกนที่ผลิตจากต่างประเทศ

จากประสบการณ์เรียนรู้การจูนด้วยส้อมเสียงนี่เองที่ทำให้เขานำมันมาเป็นตราสัญลักษณ์บริษัทภายหลัง

ในปี 1887 โทรากุสึก็ตั้งบริษัท Nippon Gakki (ก่อนภายหลังจะเปลี่ยนชื่อเป็น Yamaha) และเปิดโรงงานผลิตด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากพนักงานเพียง 3 คน หลังจากที่วัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ออร์แกนของเขาก็ขายดีตามเป็นผลพลอยได้ เพียง 2 ปีให้หลังกิจการของเขาก็งอกเงยจนมีคนงานทั้งหมด 100 คนและเพิ่มกำลังการผลิตออร์แกน 250 ตัวต่อปี แม้กิจการของเขากำลังไปได้สวย แต่ความนิยมออร์แกนในสหรัฐฯเริ่มตกต่ำลง และสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นคืออัพไรท์เปียโนที่มีราคาย่อมเยาว์

ขณะนั้นรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเต็มที่เพื่อขยายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจใหม่ๆที่เพิ่งสร้างตัวขึ้น ในปี 1889 กระทรวงศึกษาฯก็มอบทุนให้โทรากุสึไปดูงานในโรงงานผลิตเปียโนที่สหรัฐฯเป็นเวลา 5 เดือน เขาศึกษาทั้งองค์ความรู้, เทคนิคต่างๆมากมาย เขากลับญี่ปุ่นมาพร้อมกับอุปกรณ์และเครื่องจักรในสร้างเปียโน 1 ปีต่อมา เปียโนที่ผลิตโดยฝีมือชาวอาทิตย์อุทัยก็ถือกำเนิดขึ้น

หน่วยงานภาครัฐและโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาคือลูกค้ารายแรกของ Yamaha นโยบายส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้เรียนเครื่องดนตรีตะวันตกก็ยิ่งทำให้ Yamaha กลายเป็นเสือติดปีกเพราะพวกเขาคือผู้ผลิตเครื่องดนตรีตะวันตกรายแรกของประเทศ นอกจากนี้ Yamaha ก็เริ่มส่งออกเครื่องดนตรีวางจำหน่ายในหลายประเทศแถบเอเชียด้วย ในปี 1903 Yamaha ก็สร้างแกรนด์เปียโนตัวแรกสำเร็จ และแกรนด์เปียโนของพวกเขายังคว้ารางวัลใหญ่ที่งาน St. Louis World Exposition ในปี 1904 ด้วย กลายเป็นเกียรติภูมิสำคัญของบริษัทจนบัดนี้ ทำให้ Yamaha เป็นบริษัทที่บุกเบิกอุตสาหกรรมเครื่องดนตรีสากลในญี่ปุ่นจนมีหลายบริษัทผุดขึ้นมาในตลาดตาม

แม้ Yamaha Corp. ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนขึ้นมาเป็นบริษัทผลิตเครื่องดนตรีชั้นนำของโลกได้ กระนั้นเองโทรากุสึก็ไม่เคยหลงลืมว่าเขามาจากไหน เขาทำตัวเป็นกันเองกับพนักงานจนกลายเป็นที่รักของทุกคน หากพนักงานคนไหนเกิดป่วยไข้ เขาจะพยายามไปเยี่ยมให้บ่อยที่สุด และเพิ่มเงินเดือนให้เพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาล เพราะน้ำใจไมตรีคือสิ่งที่เขาเคยได้รับเมื่อครั้นตัวเองยากลำบาก

ในวันที่ 8 สิงหาคม ปี 1916 โทรากุสึ ยามาฮ่าก็จากโลกนี้ไปด้วยวัย 64 ปี เขาส่งต่อ Yamaha ให้ไคชิและเกนนิชิ 2 พ่อลูกจากตระกูลคาวาคามิคอยรับหน้าที่ดูแลบริษัทที่เขาเคยฟูมฟัก วันเวลาผ่านไป Yamaha ค่อยๆขยายไลน์การผลิตเครื่องดนตรีสากลทุกประเภทไปจนถึงระบบเครื่องเสียง นอกจากนี้ยังเปิดโรงเรียนสอนดนตรีเพื่อให้คนเข้าถึงเครื่องดนตรี Yamaha ให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันโรงเรียนสอนดนตรี Yamaha มีสาขาอยู่ทั่วโลกและมีลูกศิษย์มากกว่า 6 ล้านคนนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อครึ่งศตวรรที่แล้ว

จากพนักงานเพียง 3 คนในวันแรกของการเปิดบริษัท ร้อยกว่าปีให้หลัง Yamaha Corp. ก็เติบใหญ่จนมีพนักงานทั้งหมด 19,967 คน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมกับ Yamaha Motor ปัจจุบัน Yamaha กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องดนตรีอันดับ 1 ของโลก แม้เปียโนและเครื่องดนตรีสากลจะไม่ใช่เครื่องดนตรีประจำชาติ แต่ด้วยความไม่หยุดอยู่กับที่และการรักษาคุณภาพของสินค้าเสมอมาทำให้เครื่องดนตรีตราสัญลักษณ์ส้อมเสียงจากแดนอาทิตย์อุทัยได้รับการยอมรับจากนักดนตรีทั่วทุกมุมโลกแบบไม่น้อยหน้าใคร

“ผมไม่เล่นเรื่องราคาหรือพยายามทำกำไรมากเกินควร ผมตั้งราคาโดยอิงจากต้นทุนและกำไรต้องไม่มากเกินพอดี — จงรับผิดชอบใส่ใจในคุณภาพของสินค้า หากคุณขายของดี, คนซื้อจะไว้ใจคุณ” คือปณิธานและจิตวิญาณอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังของโทรากุสึ ยามาฮ่าที่ถูกส่งต่อผ่านเครื่องดนตรี Yamaha มากว่า 127 ปี

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

อ่านต่อ majles8.com

สปอร์ตสูบเดียวที่น่าสนใจ Suzuki Gixxer SF

สปอร์ตสูบเดียวที่น่าสนใจ Suzuki Gixxer SF


Suzuki Gixxer SF มีความสะดวกสบายในการขับเมืองและความแรงที่ดี มันไม่ได้สูญเสียความเป็น Gixxer SFG มันทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ

Suzuki ได้หายไปจากตลาดรถจักรยานยนต์ไตรมาสที่หนึ่ง ขณะนี้ได้สร้างรถแล้วซูซูกิเพิ่งนำ Suzuki Gixxer SF 250 – จักรยานยนต์ที่นำมาพร้อมกับ การออกแบบใหม่ทั้งหมดที่ สวยงามและมีความสปอร์ต

แต่ซูซูกิไม่ได้มีเพียงแค่นั้น กับ All new Gixxer SF 250  บริษัท ยังได้เปิดตัว Gixxer SF รุ่นปรับปรุงใหม่ซึ่งเป็นรถสปอร์ตขนาด 155 ซีซีที่ไม่มีอะไรเหมือน Gixxer SF ที่มีอยู่แล้ว

Gixxer SF ตัวเก่าในขณะที่ยังคงความสปอร์ตอยู่ โดยทั่วไปดูเหมือน Gixxer full fairing รุ่นอื่นๆ แต่ก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อย อย่าเข้าใจ SF ในมุมมองเก่าๆ ว่าก็เป็นมอเตอร์ไซค์ที่น่าขี่เฉยๆ แต่มอเตอร์ไซค์คันใหม่นี้จะเพิ่มความสนุก ให้กับคุณในขณะที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้

พูดถึงรูปลักษณ์ก่อน Gixxer SF ใหม่นั้นเหมือนกับ SF 250 โดยได้รับไฟหน้าแบบ LED และไฟท้ายแบบ sculpted tank และ ส่วนเบาะจะเป็นเบาะสองตอน มีความสูงต่างกันเล็กน้อย สองคันนี้ต่างกัน เช่นปลายท่อไอเสีย มีการออกแบบที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย และ ใช้วัสดุก็มีความแตกต่างเช่นกัน

สำหรับ แผงหน้าปัดในขณะที่ทั้งคู่ แสดงข้อมูลเดียวกัน Gixxer SF ได้รับหน้าจอ LCD ธรรมดาในขณะที่ 250 ได้รับจอแสดงผล reverse LCD display แม้ทั้งสองคันนี้ดูดี มันให้ความรู้สึกเหมือน มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ที่มีไม่มากในระดับเดียวกัน 

เมื่อ มองลงไปที่เครื่องยนต์ SF ยังคงใช้ ระบบระบายความร้อน ด้วยอากาศ 155cc ของ Gixxer เก่า  อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะ มอเตอร์นั้นสอดคล้องกับมาตรฐานของ BS-VI จึงทำให้กำลังลดลงเล็กน้อยที่ 14.1 PS ที่ 8,000 รอบต่อนาที และ แรงบิดสูงสุด 14 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที การส่งกำลัง เป็นไปอย่างราบรื่นด้วยการชกที่ยอดเยี่ยมรอบ ๆ จุดกึ่งกลางของวงรอบ ต้องบอกว่าความน่าตื่นเต้นของมอเตอร์ไซค์ ที่จะไต่ระดับที่สูงขึ้นในช่วงการแข่งขันทำให้ค่อนข้างประหลาดใจ อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับ Yamaha R15 สมรรถนะของเครื่องยนต์อาจสู้ยังไม่ได้ แต่ก็ต้องลองดู หากมองกลับไป SF เก่าไม่คิดว่าจะสามารถบอกความแตกต่างได้ ต้องลองถึงจะรู้

ความสบาย หรือ ท่าทางในการขับขี่ ของทั้งสองนั้น แตกต่างกันอมาก SF ใหม่ได้เปลี่ยนแฮนบาร์ใหม่ หมุดยึดเท้าชุดหลัง และ ถังถังน้ำมัน และ ที่นั่งที่แคบพอสำหรับความกระชับของคุณ ขณะที่ก้มเงย แฮนบาร์ใหม่ทำให้คุณอยู่ในตำแหน่งการขับที่เหมาะสม แต่ก็ไมได้หมอบเกินไป ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องก้มตัวไปข้างหน้ามากเกินไป สามารถขับติดต่อกันสองสามชั่วโมง โดยไม่รู้สึกอึดอัด มาที่ที่นั่งในขณะที่มันแคบ แต่ก็ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นจึงมีพื้นที่เหลือเฟือที่จะขยับไปมา ๆ จากท่าหมอบแล้วเปลี่ยนท่าทาง มันนุ่มพอที่หลังของคุณจะไม่เจ็บ

SF รุ่นเก่านั้นก็เร้าใจ SF ก็เร้าใจเหมือนเดิม มีความสปอร์ต แต่น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ว่องไวพอที่จะทำให้คุณสามารถซ่อกแซกไปมาได้อย่างง่ายดาย ระบบกันสะเทือนค่อนข้างแปลก มันให้ความรู้สึกที่แข็งเกินไปสำหรับถนน และ นิ่มไปหน่อยสำหรับแทร็ก มันจะดูดซับแรงส่วนใหญ่จากการกระแทก แต่ยังรู้สึกได้ว่ามันกระแทก อย่างไรก็ตามในขณะที่โค้งด้วยความเร็ว มันจะรู้สึกว่ายวบยาบ เบรคดี พวกมันหยุดได้ดี แต่ก็ให้ ABS เพื่อเสริมความสมบูรณ์ให้ และในขณะที่เป็นช่องทางเดียวมันทำงานได้อย่างดี ลองเบรกอย่างหนักสองสามครั้ง และ ไม่เคยรู้สึกเหมือนว่าหน้ายาง Radials นั้นยึดเกาะได้ดีและดูเหมือนว่า จะไม่มีแรงฉุดแม้ในขณะที่เปิดคันเร่งในทางโค้ง

โดยรวมแล้ว สิ่งที่ดีเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์คันนี้คือคุณจะรู้สึกว่ามันไปได้ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานทุกวัน หรือ ที่สนามแข่ง Suzuki Gixxer SF มีความสะดวกสบายในเมือง และ ความแรงที่ดี มันไม่ได้สูญเสียเอกลักษณ์จาก Gixxer SFG แล้วมันทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ

ที่มา openapi us op mobileopera

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

KawasakiZ ใช้ supercharger จะออกมาเป็นยังไง

KawasakiZ คือรถจักรยานยนต์จากค่าย Kawasaki ที่เป็นรถสไตล์ Naked Bike ที่หลายคนชื่นชอบในความสวย ความเท้ ดีไซน์ที่ดุดัน และรถที่สร้างชื่อให้รถรุ่นนี้ออย่างมากคือ Z 800 ตอนนั้นมันเป็นรถที่สร้างความสนใจในรถ Big bike ในไทยอย่างมาก กระแสนิยมรถก็มากขึ้น แล้วกลังจาก Z 800 ก็ยังไม่มี Z รุ่นใหนสร้างความตื่นเต้นในรถสไตล์ Naked Bike

KawasakiZ
Kawasaki Z800

ตอนนี้ Kawasaki มีแผนจะเปิดตัว Z ที่ใช้เครื่องยนที่ติดตั้ง supercharger คิดว่าน่าจะพื้นฐานเดียวกันกับ H2

Kawasaki motors ได้ปล่อยวีดีทีเซอร์แรกที่เปิดเผยว่ามีการใส่ระบบ supercharger ในรุ่น Z อย่างแน่นอนแต่ยังไม่เปิดเผยรูปร่างดีไซน์ว่าเป็นอย่างไร งานนี้แฟนๆ Kawasaki เตรียมเฮได้เลย การมารอบนี้ของ Kawasakiยิ่งใหย๋มาก เครื่องยนต์ของเขายังไม่มีใครกล้สทำตามถึงจะมีข่าวว่า ค่ายนี้นค่ายนี้ทำบ้าง แต่ก็เงียบๆไป

แต่ไม่เหมือนกับทีเซอร์ก่อนหน้านั้นชัดเจนยิ่งขึ้น เปิดคลิปมาด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ จากนั้นภาพเงาของตระกูล Z ตัวอักษร Z ออกมา ถ้ามันเป็นความจริงที่คาวาซากิกำลังจะกลับไปใช้งานซูเปอร์ชาร์จเจอร์สไตล์แบบสปอร์ตเปล่าๆยังไม่มีอยู่ และ Z Supercharger จะกลายเป็นคันแรก ถ้าในอนาคตมอเตอร์ทุกเครื่องจะใช้ Supercharger เนื่องจากกฎข้อบังคับการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้ยากต่อการได้รับประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นเพื่อไล่ตามกำลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นได้รับความช่วยเหลือจากซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ คาวาซากิมีแนวโน้มที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในเดือนหน้า Z Supercharger มอเตอร์ไซด์สไตล์เน็กเก็ตอีกหนึ่งรุ่นที่ห้ามพลาด

เกมสนุกได้เงินจริง : สมัคร PG SLOT , PG SLOT , PGSLOTGAME

แล้วไม่นานมานี้ Kawasaki motors ได้ปล่อยทีเซอร์ที่สองออกมา มีการเปิดเผยรูปร่างมากขึ้น มีท่อดูดอากาศ คาดว่ามีดีไซน์หน้าตาอาจจะคล้าย Z 400 แล้วในทีเซอร์ยังบอกเวลาในการเปิดตัว คือวันที่ 23 ตุลาคม 2019

สนับสนุนบทความโดย bigbikeinfo

KawasakiZ คือรถจักรยานยนต์จากค่าย Kawasakiที่เป็นรถสไตล์ Naked Bike ที่หลายคนชื่นชอบในความสวย ความเท้ ดีไซน์ที่ดุดัน และรถที่สร้างชื่อให้รถรุ่นนี้ออย่างมากคือ 800 ตอนนั้นมันเป็นรถที่สร้างความสนใจในรถ Big bike ในไทยอย่างมาก กระแสนิยมรถก็มากขึ้น แล้วกลังจาก 800 ก็ยังไม่มี รุ่นใหนสร้างความตื่นเต้นในรถสไตล์Kawasaki Zคือรถจักรยานยนต์จากค่าย Kawasakiที่เป็นรถสไตล์ Naked Bike ที่หลายคนชื่นชอบในความสวย ความเท้ ดีไซน์ที่ดุดัน และรถที่สร้างชื่อให้รถรุ่นนี้ออย่างมากคือ Z 800 ตอนนั้นมันเป็นรถที่สร้าง ความสนใจในรถ Big bike ในไทยอย่างมาก กระแสนิยมรถก็มากขึ้น แล้วกลังจาก Z 800 ก็ยังไม่มี รุ่นใหนสร้างความตื่นเต้นในรถสไตล Kawasaki Zคือรถจักรยานยนต์จากค่าย Kawasakiที่เป็นรถสไตล์ Naked Bike ที่หลาย คนชื่นชอบในความสวย ความเท้ ดีไซน์ที่ดุดัน และรถที่สร้างชื่อให้รถรุ่นนี้ออย่างมากคือ Z 800 ตอนนั้นมันเป็นรถ ที่สร้างความสนใจในรถ Big bike ในไทยอย่างมาก กระแสนิยมรถก็มากขึ้น แล้วกลังจาก Z 800 ก็ยังไม่มี รุ่นใหนสร้างความตื่นเต้นในรถสไตล์Kawasaki Zคือรถจักรยานยนต์จากค่าย Kawasakiที่เป็นรถสไตล์ Naked Bike ที่หลายคนชื่นชอบในความสวย ความเท้ ดีไซน์ที่ดุดัน และรถที่สร้างชื่อ ให้รถรุ่นนี้ออย่างมากคือ Z 800 ตอนนั้นมันเป็นรถที่สร้างความสนใจในรถ Big bike ในไทยอย่างมาก กระแสนิยมรถก็มากขึ้น แล้วกลังจาก Z 800 ก็ยังไม่มี รุ่นใหนสร้างความตื่นเต้นในรถสไตอรถจักรยานยนต์จากค่าย Kawasaki ที่เป็นรถสไตล์ Naked Bike ที่หลายคนชื่นชอบในความสวย ความเท้ ดีไซน์ที่ดุดัน และรถที่สร้างชื่อให้รถรุ่นนี้ออย่างมากคือ Z 800 ตอนนั้นมันเป็นรถที่สร้างความสนใจในรถ Big bike ในไทยอย่างมาก กระแสนิยมรถก็มากขึ้น แล้วกลังจาก Z 800 ก็ยังไม่มี รุ่นใหนสร้างความตื่นเต้นในรถสไตล์ Naked Bike